
บอร์ดการบินไทยนัดพิเศษฟันฉับ “ชาย เอี่ยมศิริ” พ้นเก้าอี้ซีอีโอเซ่นปมบริการภาคพื้นล่มที่สุวรรณภูมิ เจ้าตัวลั่นโดนปลดไม่เป็นธรรมแต่ไม่ขอโยนความผิดให้ลูกน้อง
ความคืบหน้ากรณีปัญหาอื้อฉาวสะเทือนวงการการบิน เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ทำการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บอร์ดการบินไทยได้จัดประชุมนัดพิเศษ โดยมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการการบินไทย นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม เพื่อเร่งติดตามและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การให้บริการผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่เผชิญวิกฤตขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก จนส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อการบริการภาคพื้น การล่าช้าของกระเป๋าสัมภาระ และเที่ยวบินที่บินดีเลย์ระนาว สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศอย่างรุนแรง โดยที่ประชุมมุ่งเน้นการวางมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมอันเคร่งเครียดเสร็จสิ้นลง นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางลงมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า ว่า ที่ประชุมบอร์ดการบินไทยมีมติให้พักงานและพ้นจากตำแหน่งซีอีโอตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายชาย เปิดเผยด้วยความรู้สึกอัดอั้นว่า ตนเองพอจะระแคะระคายและมีความรู้สึกมาได้หลายเดือนแล้วว่ากำลังจะถูกปลดจากตำแหน่ง พร้อมทั้งยอมรับตรงๆ ว่า การปลดฟ้าผ่าในครั้งนี้มีความ “ไม่เป็นธรรม” กับตนเองอย่างมาก เนื่องจากตนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ตั้งใจทำงานทุกวิถีทางเพื่อประคับประคององค์กรผ่านพ้นช่วงวิกฤตหนักหนาสสาหัสมาโดยตลอดนับตั้งแต่ยุคฟื้นฟูกิจการ แต่เมื่อผู้มีอำนาจตัดสินใจเช่นนี้ตนก็พร้อมน้อมรับ โดยไม่มีการโยนความผิดหรือปัดความรับผิดชอบไปให้พนักงานหรือลูกน้องแต่อย่างใด พร้อมขอประกาศรับความผิดพลาดทั้งหมดไว้ที่ตนเองคนเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศอันน่าสลดใจ ณ บริเวณจุดให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังสิ้นสุดคำพูด นายชาย เอี่ยมศิริ ถึงกับกลั้นความรู้สึกไม่อยู่ มีคราบน้ำตาคลอเบ้าให้เห็นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัด ก่อนที่ภาพประทับใจจะบังเกิดขึ้น เมื่อพนักงานการบินไทยและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นเกือบ 100 ชีวิต ที่ทราบข่าวต่างพากันเดินมาตั้งแถวรอส่งและโอบกอดให้กำลังใจนายชายจนแน่นขนัดทางเดินเพื่อขึ้นรถกลับ
ด้านตัวแทนพนักงานการบินไทย เปิดเผยด้วยความเสียใจว่า นายชาย ถือเป็นผู้บริหารระดับสูงที่เป็นที่รัก ให้เกียรติ และพนักงานให้ความเคารพยกย่องมากที่สุดคนหนึ่ง เนื่องจากเป็นผู้นำที่ลุยงานเคียงบ่าเคียงไหล่ลูกน้องมาโดยตลอด การถูกปลดกะทันหันในครั้งนี้สร้างความตกใจและเสียใจให้กับคนทำงานในองค์กรเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกคนรู้ดีว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากโครงสร้างและปัจจัยหลายด้าน ไม่ใช่ความบกพร่องส่วนตัวของซีอีโอรายนี้แต่อย่างใด
