พิทักษ์ราชาผลไม้! ตั้งทีม ‘พระพิรุณ’ ล่าทุเรียนเถื่อนข้ามชาติปกป้องตลาดส่งออก 8.8 หมื่นล้าน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการตั้งชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” เดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย โดยเฉพาะทุเรียนแช่แข็งที่มีการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนไทยและสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรภายในประเทศ

นายสุริยะ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยและการรักษามาตรฐานสินค้าเกษตรส่งออก จึงได้มอบหมายให้ชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” เร่งสืบสวน ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรทุกประเภท โดยเฉพาะทุเรียนแช่แข็งที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจถูกนำมาสวมสิทธิ์หรือปะปนกับผลผลิตภายในประเทศ

สำหรับ วันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 คณะทำงานชุดเฉพาะกิจจะลงพื้นที่ตรวจสอบด่านการค้าชายแดนในจังหวัดมุกดาหาร นครพนม และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสำคัญ เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยสามารถส่งออกทุเรียนไปแล้วมากกว่า 800,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 88,000 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพและความต้องการของตลาดต่างประเทศที่ยังคงเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนไทยอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ผลการตรวจสอบคุณภาพสินค้าพบปัญหาสารย้อมสีเพียง 1 กรณี และพบการปนเปื้อนแคดเมียมเพียง 20 ตู้สินค้าเท่านั้น ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าระบบควบคุม ตรวจสอบ และรับรองคุณภาพทุเรียนของไทยยังมีประสิทธิภาพ สามารถรักษามาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าปกป้องชื่อเสียง “ราชาผลไม้ไทย” อย่างเต็มกำลัง พร้อมยกระดับมาตรการตรวจสอบทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ การลักลอบนำเข้า และการกระทำที่อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาดโลกต่อสินค้าเกษตรไทยในอนาคต

ด้าน นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ได้มอบหมายให้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานของชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ให้สามารถรับมือกับปัญหาสินค้าเกษตรผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” ประกอบด้วย 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของกฎหมายหลักด้านการเกษตร ทำหน้าที่เชื่อมโยงการบังคับใช้กฎหมาย ลดช่องว่างการกำกับดูแล และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบตลอดห่วงโซ่การผลิต

นายสรวุฒิ กล่าวว่า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงสำคัญของอุตสาหกรรมทุเรียนไทย ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกดาวเด่นของประเทศ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าทุเรียนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการลักลอบตามแนวชายแดนในลักษณะ “กองทัพมด” ที่อาจนำไปสู่การสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทยก่อนส่งออกไปยังต่างประเทศ

“หากปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์สินค้าไทย เมื่อเกิดปัญหาสารตกค้าง ศัตรูพืช หรือปัญหาด้านคุณภาพ ประเทศคู่ค้าอาจเข้าใจว่าเป็นปัญหาของทุเรียนไทยทั้งหมด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ” นายสรวุฒิ กล่าว

สำหรับสถานการณ์ส่งออกทุเรียนในปี 2569 พบว่าเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก มีการส่งออกทุเรียนสดไปยังประเทศจีนแล้ว 39,665 ชิปเมนท์ ปริมาณ 644,025.25 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 74,262 ล้านบาท ขณะที่ยอดส่งออกสะสมทั่วประเทศระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 10 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 47,310 ตู้หรือชิปเมนท์ ปริมาณรวม 768,154.84 ตัน มูลค่ากว่า 88,254 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของทุเรียนไทยในตลาดโลก และมีแนวโน้มสร้างสถิติใหม่สูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกกว่า 150,000 ล้านบาท หากยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง

นายสรวุฒิ ยังย้ำว่า การนำเข้าทุเรียนเพื่อแปรรูปที่ถูกต้องตามกฎหมายสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ แต่การลักลอบนำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐานและมีเจตนาสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทย ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญที่ต้องได้รับการปราบปรามอย่างเด็ดขาด

พร้อมกันนี้ยังชื่นชมการทำงานของกรมวิชาการเกษตรและ มกอช. ที่ร่วมกันควบคุมคุณภาพทุเรียนไทยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะมาตรการ “4 ไม่” ที่ช่วยยกระดับคุณภาพผลผลิตจนได้รับการยอมรับจากตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้ปี 2569 ถูกจับตามองว่าอาจเป็น “ปีทองของทุเรียนไทย” ที่สร้างรายได้มหาศาลให้เกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ