“มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์” ดึงเทคโนโลยี Gen AI ยกระดับงาน ธอส.ทุกมิติ

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า แผนบริหารงานปี 69 ภายใต้บริบทเศรษฐกิจ ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางความท้าทายหลายด้าน คาดการณ์จีดีพีในปี 69 ขยายตัวร้อยละ 1.5-2.3 หนี้ครัวเรือนยังสูง จึงกดดันกำลังซื้อของประชาชน ยอดปฏิเสธการปล่อยกู้ยังสูง จึงกำหนดเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ในปี 69 วงเงิน 242,989 ล้านบาท ยอดสินเชื่อคงค้าง 1.96 ล้านล้านบาท การปล่อยกู้ให้กับรายย่อยซื้อบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ยอดประมาณ 125,762 ล้านบาท

ธอส. มุ่งดูแลยอดหนี้ NPL ร้อยละ 5.11 จากปีก่อนร้อยละ 4.98 โดยใช้เทคโนโลยีมาติดตามคุณภาพกลุ่มลูกหนี้รายย่อยให้มากขึ้น บวกกับการเข้าไปดูแลก่อนเป็นหนี้เสียให้มากขึ้น ท่ามกลางการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากเวอร์ชั่วแบงก์ ซึ่ง ธปท. กำลังพิจารณาในช่วงกลางปี 69 นี้ และ Non Bank เข้ามาให้บริการทางการเงินเพิ่มหลายด้าน และต้นทุนระดมเงินฝากสูงขึ้น ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาสินเชื่อปล่อยใหม่ที่อยู่อาศัยทั้งระบบติดลบร้อยละ -5.8 แต่ ธอส. ยังเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง สัดส่วนร้อยละ 43.66 นับว่าเป็นยอดเกือบครึ่งหนึ่งของระบบ สำหรับการปล่อยกู้ให้กับรายย่อย ซื้อบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท มีสัดส่วนร้อยละ 52.83

จากผลการดำเนินงานปี 2568 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 247,241 ล้านบาท จำนวน 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 241,780 ล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 50% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย ส่งผลให้ ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวม 1.89 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62% และเงินฝากรวม 1,760,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม การตั้งสำรองสูงถึง 155,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% คิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 164.92% สะท้อนความมั่นคงของ ธอส. อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ล่าสุด 15.70% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนดไว้ 8.50%

ธอส. จึงต่อยอดบทบาทองค์กรสู่ “Beyond Housing Bank” ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน แต่ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้าและเติบโตไปด้วยกัน จึงเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วยดิจิทัล ดาต้า ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติ ทั้งการ ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร – ยื่นกู้ – ประเมินราคาหลักทรัพย์ – อนุมัติ – จดจำนอง ได้เร็วขึ้น โดยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการลูกค้าแบบ End – to – End ภายใต้แนวคิด Faster Easier Limitless เร็วกว่า ง่ายกว่า แบบไร้ขีดจำกัด

การมุ่งเน้น Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management บริหารสินทรัพย์เพื่อให้ ธอส. เติบโตอย่างมีคุณภาพ ช่วยทำให้คนไทยมีบ้านได้มากขึ้น ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ได้ตรงจุด ป้องกัน NPL การใช้ระบบ NPA Visualization บริหารจัดการทรัพย์ NPA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการดูแลลูกค้าผ่าน Customer Obsession “เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล” ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper – Personalization โดยใช้ Big Data และAI วิเคราะห์ตัวตนลูกค้าเพื่อส่งมอบบริการที่ “รู้ใจ ถูกที่ ถูกเวลา”สร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้า

ธอส. ยังยกระดับด้วย Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) นำเทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) และ AI เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทั้งการตรวจสอบเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อ การประเมินความเสี่ยง การดักจับธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีได้ทันท่วงที และปลอดภัย (Secure) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อดูแลคนไทยอยากมีบ้าน