
กรมสรรพสามิตเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “บุหรี่เถื่อน” ทั่วประเทศอย่างเข้มข้น หลังพบยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายอันดับ 1 ของไทย พร้อมเผยขบวนการลักลอบหนีภาษีปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งใช้แนวชายแดน เส้นทางธรรมชาติ และบ้านเช่าเป็นโกดังพักสินค้า ก่อนกระจายสู่ตลาดค้าปลีก ส่งผลกระทบต่อรายได้ภาษีของรัฐ ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย และระบบการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยรวม
ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้ยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตทั่วประเทศ โดยเฉพาะการสกัดกั้นบุหรี่เถื่อน ซึ่งยังเป็นปัญหาหลักและมีแนวโน้มถูกลักลอบนำเข้าในรูปแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมาย และบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด
ผลการปราบปรามในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568–มิถุนายน 2569) พบว่า กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมคดีได้รวม 29,411 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 817.01 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวมกว่า 4,282.14 ล้านบาท
เฉพาะเดือนมิถุนายน 2569 จับกุมได้ 3,104 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 73.63 ล้านบาท โดยคดียาสูบครองสัดส่วนสูงที่สุดถึง 1,993 คดี หรือประมาณ 64% ของคดีทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาบุหรี่เถื่อนยังเป็นความท้าทายสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน

อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ข้อมูลการจับกุมยังสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนารูปแบบการกระทำผิดของขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษีที่มีความเป็นระบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจุดเก็บสินค้า การใช้พื้นที่ชายแดนเป็นเส้นทางลำเลียง รวมถึงการใช้บ้านพักและบ้านเช่าเป็นสถานที่ซุกซ่อนสินค้า เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องอาศัยการข่าว การวิเคราะห์ข้อมูล และการปฏิบัติการร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อสกัดกั้นเครือข่ายเหล่านี้
สำหรับคดีสำคัญในเดือนมิถุนายน พบว่าพื้นที่เฝ้าระวังหลักยังคงกระจุกตัวอยู่ตามจังหวัดชายแดนและเส้นทางลำเลียงสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่เถื่อนล็อตใหญ่ได้หลายคดี
ที่จังหวัดพัทลุง เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่พัทลุง บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายได้ 2 คดีใหญ่ โดยคดีแรกสามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางบุหรี่เถื่อนจำนวน 52,500 ซอง คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 32.97 ล้านบาท นับเป็นหนึ่งในคดีที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเดือน

ส่วนอีกคดี เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องเช่าที่ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่พักสินค้า ก่อนตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายได้อีก 14,350 ซอง พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 22.34 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการลักลอบได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีมาใช้บ้านเช่าและที่พักอาศัยเป็นโกดังลับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจจับ
ขณะที่จังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดยาสูบที่ไม่ได้เสียภาษีบริเวณริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 14,000 ซอง คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 13.66 ล้านบาท ตอกย้ำว่าพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นช่องทางหลักในการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีเข้าสู่ประเทศ
ดร.พรชัย กล่าวย้ำว่า ภารกิจของกรมสรรพสามิตไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจับกุมผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการปกป้องรายได้ของรัฐ รักษาความเป็นธรรมทางการค้า และคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบของสินค้าผิดกฎหมาย
กรมสรรพสามิตจะเดินหน้ายกระดับมาตรการตรวจสอบและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมศุลกากร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าหนีภาษีตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม.
