สัญญาณเตือนเกษตรไทยโลกตั้งกำแพงใหม่’สิ่งแวดล้อม-มาตรฐาน’บีบไทยเร่งแปรรูปเพิ่มมูลค่า

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการค้าสินค้าเกษตรไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ารวม 519,016 ล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออก 356,575 ล้านบาท และนำเข้า 162,441 ล้านบาท ส่งผลให้ไทยยังเกินดุลการค้าสินค้าเกษตรสูงถึง 194,134 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขการค้าจะยังแข็งแกร่ง แต่สถานการณ์ตลาดโลกกลับน่าเป็นห่วงมากขึ้น ทั้งการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูง ค่าขนส่งผันผวน รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมจากหลายประเทศ ที่กำลังกลายเป็น “กำแพงการค้าใหม่” ซึ่งอาจกระทบความสามารถแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในระยะต่อไป

นายสุริยะ ยอมรับว่า ไทยยังมีจุดแข็งสำคัญจากความหลากหลายของสินค้าเกษตร คุณภาพอาหาร และความเชี่ยวชาญด้านเกษตรเขตร้อน แต่จากนี้ไทยไม่สามารถแข่งขันด้วยปริมาณการผลิตหรือการตัดราคากับตลาดโลกเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป จำเป็นต้องเร่งยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น มีมาตรฐานความปลอดภัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความแตกต่างและรักษาตลาดส่งออกในอนาคต

ทั้งนี้ สินค้าเกษตรที่ไทยมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ ไก่แปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ปลาทูน่าปรุงแต่ง เครื่องปรุงรส อาหารพร้อมบริโภค และสินค้าอาหารมาตรฐานสูง ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรขั้นต้น เช่น ข้าว ยางพารา และผลไม้สด ที่ยังขึ้นอยู่กับตลาดโลกอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ไทยยังเริ่มเห็นโอกาสใหม่จากตลาดเอเชียใต้ หลังมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรกับภูมิภาคดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 55.84 และการส่งออกขยายตัวสูงถึงร้อยละ 153.85 สะท้อนว่าผู้ประกอบการไทยกำลังเร่งขยายตลาดใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิม ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ด้าน นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า แนวทางสำคัญของภาคเกษตรไทยจากนี้ คือ การรักษาฐานสินค้าเกษตรหลักควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนสินค้าเกษตรมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงพัฒนาระบบข้อมูลการค้าให้สามารถติดตามสถานการณ์ตลาดโลก คู่แข่ง และความต้องการของผู้บริโภคแต่ละประเทศได้แม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบมาตรฐานและการตรวจสอบย้อนกลับ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้องกับกติกาด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ปศุสัตว์ อาหารทะเล และสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อทั่วโลก และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยในระยะยาว

“เป้าหมายของไทยต่อจากนี้ ไม่ใช่เพียงส่งออกให้ได้มากขึ้น แต่ต้องทำให้สินค้าเกษตรไทยแข่งขันได้ด้วยคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และการแปรรูป เพื่อให้รายได้จากตลาดโลกกลับไปสู่เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน” นายพีรพันธ์กล่าว