
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 จากปัญหาร่องน้ำตื้นเขินที่กระทบต่อการเดินเรือ การประมง และการขนส่งสินค้าในจังหวัดปัตตานี นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการด้านคมนาคมในจังหวัดปัตตานี เพื่อเร่งผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางน้ำและทางบก พร้อมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการสำคัญตามแผนและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายฆอาลี ดุสะเหม๊าะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมลงพื้นที่
จุดแรก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ติดตามโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเล (Sand Bypassing) บริเวณร่องน้ำบางราพา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อตรวจสอบสภาพร่องน้ำที่ประสบปัญหาตื้นเขิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่

นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินโครงการขุดลอกร่องน้ำบางราพา ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 วงเงิน 14.23 ล้านบาท มีเป้าหมายขุดลอกวัสดุปริมาณ 150,000 ลูกบาศก์เมตร ระยะทาง 1,600 เมตร กำหนดความกว้างร่องน้ำ 40 เมตร และความลึก 4 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมทางน้ำ ยกระดับความปลอดภัยในการเดินเรือ และรองรับการขนส่งสินค้าในอนาคต
พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามกรอบเวลา ศึกษาแนวทางป้องกันปัญหาร่องน้ำตื้นเขินในระยะยาว ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อให้ร่องน้ำบางราพากลับมาเป็นเส้นทางคมนาคมที่มีศักยภาพ สนับสนุนภาคประมง การขนส่ง และเศรษฐกิจของอำเภอหนองจิกอย่างยั่งยืน

จากนั้นได้ติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวงผ่านชุมชนเพื่อคนทุกกลุ่ม บนทางหลวงหมายเลข 42 ตอนนาจวก-ดอนยาง อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ช่วงกิโลเมตรที่ 78+700 ถึง 79+610 ระยะทาง 910 เมตร วงเงินก่อสร้าง 60 ล้านบาท
เส้นทางดังกล่าวถือเป็นเส้นเลือดหลักที่เชื่อมจังหวัดปัตตานีกับจังหวัดสงขลา และเป็นเส้นทางขนส่งผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญ แต่ปัจจุบันยังเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรหนาแน่นและเกิดปัญหาคอขวด

โครงการจะขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมเกาะกลางแบบยก ทางเท้า ขยายสะพาน และก่อสร้างระบบระบายน้ำทั้งสองฝั่ง ซึ่งขณะนี้ได้รับการบรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 แล้ว โดยรัฐมนตรีช่วยฯ ได้กำชับให้กรมทางหลวงเร่งดำเนินการตามแผนงานและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงยังอยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 42 ช่วงคลองแงะ-ด่านพรมแดนถาวรสุไหงโก-ลก ตอนนาจวก-ดอนยาง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2570

สำหรับทางหลวงหมายเลข 42 มีระยะทางประมาณ 264 กิโลเมตร เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว และการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นถนน 4 ช่องจราจรเกือบตลอดสาย เหลือเพียงช่วงอำเภอโคกโพธิ์ ระยะทางประมาณ 7.45 กิโลเมตร ที่ยังเป็นถนน 2 ช่องจราจร ซึ่งจะได้รับการขยายเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงทางเชื่อม จุดกลับรถ ระบบระบายน้ำ และมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อให้การเดินทางมีความต่อเนื่อง ลดอุบัติเหตุ และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดปัตตานีและพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2570 ได้จัดสรรงบประมาณลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีไม่น้อยกว่า 2,300 ล้านบาท ครอบคลุมโครงการก่อสร้างและปรับปรุงทางหลวงสายสำคัญ การพัฒนาแยกตะลุโบะและแยกดอนยาง การขยายทางหลวงหมายเลข 410 เชื่อมจังหวัดยะลา การศึกษาพัฒนาร่องน้ำปัตตานี รวมถึงการเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟทางคู่ภาคใต้
“เมื่อระบบคมนาคมเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ จะช่วยให้สินค้าเกษตร อาหารฮาลาล ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าของผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถกระจายสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศได้สะดวกขึ้น เกิดการลงทุน ธุรกิจใหม่ และการจ้างงานในหลายภาคส่วน ทั้งโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การค้า และบริการ”

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่า เป้าหมายของทุกโครงการไม่ใช่เพียงการสร้างถนน สะพาน ท่าเรือ หรือระบบราง แต่คือการสร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างอนาคตให้ประชาชน โดยเฉพาะชาวปัตตานีและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเติบโตในบ้านเกิดของตนเองได้อย่างมั่นคง
ภายหลังการลงพื้นที่ นายสรรเพชญ ยังเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปัตตานี จำกัด ที่โรงแรมเซาเทิร์นวิว จังหวัดปัตตานี เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เยาวชน โดยระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษา เพราะเชื่อว่าการพัฒนาทุนมนุษย์คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานีได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบกลางปี 2570 เพื่อดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำปัตตานี แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดปัตตานีและยะลา พร้อมเสนอให้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารโครงการ และจัดสรรงบประมาณต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้การขุดลอกร่องน้ำมีประสิทธิภาพและสามารถป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน
