ดีเซลถูกลงอีกระลอกกบง.เคาะลดสูงสุด 5 บาท/ลิตรพยุงค่าครองชีพกลางวิกฤต

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติ “งัดมาตรการเร่งด่วน” ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วครั้งใหญ่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และรักษาเสถียรภาพพลังงานของประเทศในช่วงวิกฤต

มาตรการใหม่นี้ “ยกเลิกประกาศเดิม” ลงวันที่ 8 เมษายน 2569 และกำหนดการลดราคาออกเป็น 2 ช่วงชัดเจน ได้แก่

  • 24 เม.ย. – 9 พ.ค. 2569 ลด 5.00 บาท/ลิตร
  • 10 พ.ค. – 19 พ.ค. 2569 ลด 3.00 บาท/ลิตร

ครอบคลุมดีเซลทุกประเภท ทั้ง บี0 บี7 และบี20 โดยจะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ มาจากการ “เจาะลึกต้นทุนโรงกลั่น” อย่างเข้มข้น โดย กบง. พบว่า แม้จะรวมต้นทุนพิเศษจากสถานการณ์วิกฤต ไม่ว่าจะเป็นค่า Crude Premium, Product Premium, War Risk Premium รวมถึงค่าขนส่งและประกันภัยแล้ว กลุ่มโรงกลั่นยังคงมี “ผลประโยชน์ส่วนเกิน” สูงถึง 3.43 บาท/ลิตร ตัวเลขดังกล่าวจึงถูกนำมาเป็น “เครื่องมือกดราคา” เพื่อคืนประโยชน์กลับสู่ประชาชนโดยตรง

นายเอกณัฐ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กบง. เพิ่งมีมติลดราคาดีเซลไปแล้ว 2 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่ 9 เมษายน แต่สถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังผันผวน ทำให้รัฐต้อง “เพิ่มน้ำหนักมาตรการ” ให้แรงขึ้นและเห็นผลเร็วขึ้น ซึ่งการดำเนินมาตรการครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงช่วยประชาชนเท่านั้น แต่ยังพยายาม “รักษาสมดุล” ระหว่างภาระค่าครองชีพ กับความสามารถในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่น เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบพลังงานโดยรวม

ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังเดินหน้าปรับปรุงระบบรายงานข้อมูลต้นทุนของโรงกลั่นให้มีความโปร่งใสและละเอียดมากขึ้น เพื่อยกระดับการกำกับดูแลโครงสร้างราคาน้ำมันให้ “เป็นธรรมและตรวจสอบได้”

“นี่คือมาตรการที่มุ่งลดภาระประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจ” รัฐมนตรีพลังงานกล่าว

มาตรการนี้จึงถูกจับตาว่า จะเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในการพยุงค่าครองชีพของคนไทย หรือเป็นเพียงการประคองสถานการณ์ในระยะสั้น ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานที่ยังไม่สิ้นสุด.