
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่าย “พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส” (Government Savings Bond Plus) เป็นครั้งแรกในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านการออมและการลงทุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่สำหรับพันธบัตรอายุ 3 ปี ที่ร้อยละ 1.80 ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี ที่ร้อยละ 2.80 ต่อปี
กระทรวงการคลังระบุว่า “ออมพลัส” ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์นักออมยุคใหม่ ผ่านแนวคิด “พลัส” 4 ด้าน ได้แก่ การเปิดจำหน่ายทุกเดือนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการออมได้อย่างทั่วถึง การให้ผลตอบแทนที่จูงใจ การมีตลาดรองรองรับการซื้อขายอย่างโปร่งใส และการเพิ่มช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายทั้งผ่านวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming
สำหรับ ผู้สนใจลงทุนผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สามารถเริ่มลงทุนได้เพียง 100 บาท โดยเปิดจำหน่ายระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569 วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ใช้วิธีจัดสรรแบบ First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อนจนกว่าวงเงินจะครบ
ผู้มีสิทธิ์ซื้อจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนทำรายการซื้อพันธบัตร ทั้งนี้ กำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท และสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อราย โดยแต่ละครั้งซื้อได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท และสามารถทยอยซื้อเพิ่มได้ครั้งละ 100 บาทโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง
ขณะที่ผู้ลงทุนที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อผ่าน Bond Connect Platform ผ่านธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการรวม 24 แห่ง รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streaming โดยเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 วงเงินอีก 2,000 ล้านบาท
การลงทุนผ่านช่องทางดังกล่าวกำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และใช้วิธีจัดสรรแบบ Small Lot First หรือทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกรายรอบละ 1,000 บาท เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึง โดยผู้จองซื้อจะทราบผลการจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 และหากไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับไม่ครบตามจำนวนที่จองซื้อ จะได้รับเงินคืนภายในวันเดียวกัน
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า พันธบัตรออมพลัสไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนจากการออมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เงินออมของประชาชนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ ขณะที่ประชาชนก็ได้รับผลตอบแทนกลับคืนในรูปของดอกเบี้ยที่เหมาะสม
“ทุกบาทที่ประชาชนนำมาลงทุน ไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัว แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคตที่ดีขึ้นให้กับประเทศไทย พันธบัตรออมพลัสจึงเป็นทั้งการออมเพื่ออนาคตของตนเอง และการร่วมลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าว
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 กระทรวงการคลังจะเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งละ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. 2,000 ล้านบาท และผ่าน Bond Connect Platform อีก 2,000 ล้านบาท โดยการจำหน่ายครั้งต่อไปจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งกระทรวงการคลังจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและวงเงินจำหน่ายเพิ่มเติมในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้
กระทรวงการคลังย้ำว่า การพัฒนาพันธบัตรออมพลัสมีเป้าหมายทำให้ “พันธบัตรรัฐบาล” เป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ลดข้อจำกัดด้านการออมแบบเดิม และเชื่อมการลงทุนของประชาชนเข้าสู่ระบบการเงินดิจิทัลที่สะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ



