ค่าไฟพุ่ง 3.95 บาทต่อหน่วย กกพ.เคาะ FT ใหม่รับต้นทุนพลังงานเดือด

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติ “เคาะ” ค่าไฟงวดใหม่ เดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 โดยกำหนดค่าเอฟที (FT) ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยขยับขึ้นไปอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวม VAT) ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานโลกที่ยังคงผันผวนอย่างหนัก

แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนต้นทุนจริงที่สูงถึง 29.66 สตางค์ต่อหน่วย แต่ กกพ.เลือกใช้ “ยาแรง” ด้วยการดึงเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) กว่า 9,472 ล้านบาท เข้ามาช่วยพยุงค่าไฟ เพื่อลดแรงกระแทกต่อประชาชนในช่วงเศรษฐกิจยังเปราะบาง

ขณะเดียวกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงต้อง “แบกรับภาระ” ต้นทุนคงค้าง (AF) สะสมสูงถึง 35,928 ล้านบาท แทนผู้ใช้ไฟฟ้า สะท้อนภาพความพยายามพยุงระบบพลังงานทั้งประเทศไม่ให้สะเทือน

อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องจากประชาชนที่ต้องการ “ตรึงค่าไฟ” ลงไปที่ 3.88 บาทต่อหน่วย กลับต้องเผชิญกับความจริงด้านงบประมาณที่หนักหน่วง โดย กกพ.ระบุชัดว่า การลดค่าไฟเพียง 1 สตางค์ ต้องใช้เงินถึง 706 ล้านบาท และหากลดเพิ่ม 7 สตางค์ จะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 5,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 4 เดือน

สำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ใช้ไฟบ้านไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ซึ่งมีถึง 14.3 ล้านราย หากต้องการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ยังต้องใช้เงินกว่า 366 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน จะใช้เงินสูงถึง 591 ล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกัน

ผลการรับฟังความคิดเห็นประชาชนกว่า 340 เสียง พบว่าเกือบครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 49 “เห็นด้วย” กับแนวทางค่าไฟ 3.95 บาท โดยยอมรับการใช้กลไก Claw back เป็นทางออกชั่วคราวในภาวะวิกฤติพลังงาน

กกพ.ย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้อยู่ภายใต้หลัก “สะท้อนต้นทุนจริง โปร่งใส และเป็นธรรม” พร้อมรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพระบบไฟฟ้า กับภาระค่าครองชีพของประชาชน

อย่างไรก็ตาม สัญญาณน่ากังวลยังไม่จบง่าย ๆ โดยเฉพาะราคาก๊าซ LNG ที่ยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งอาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” กระทบค่าไฟงวดถัดไป

ขณะเดียวกัน กกพ.เตือนว่าเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วง “พีก” ของฤดูร้อน การใช้ไฟฟ้าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นที่ทำงานหนักขึ้น อาจทำให้ค่าไฟ “บานปลาย” ตามโครงสร้างอัตราก้าวหน้า

พร้อมกันนี้ ได้รณรงค์ให้ประชาชนใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านแนวคิด “5 ป.” ได้แก่ ปลด ปิด ปรับ เปลี่ยน และปลูก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานที่ยังไร้ความแน่นอน