ดับฝันเมกะโปรเจกต์! แลนด์บริดจ์ไม่ผ่านด่านศึกษาเสี่ยงทุกมิติรัฐหันดันท่าเรือระนองแทน

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ “โครงการแลนด์บริดจ์” โดยระบุว่า การศึกษาดำเนินการแล้วเสร็จก่อนกำหนดถึง 90 วัน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

การศึกษาถูกแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความเป็นไปได้เชิงเศรษฐกิจและการลงทุน การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งผลสรุปของคณะกรรมการทั้ง 3 ชุดเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจในระดับต่ำ และมีความเสี่ยงสูงในหลายมิติ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความคุ้มค่าของโครงการลดลง คือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก ทำให้ประมาณการผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เคยเป็นบวก มีโอกาสพลิกกลับเป็นลบ ส่งผลให้โครงการมีความเสี่ยงด้านการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังพบความเสี่ยงด้านการแข่งขัน เนื่องจากเดิมมีการคาดการณ์ว่าสายการเดินเรือระหว่างประเทศจะย้ายมาใช้เส้นทางผ่านประเทศไทย แต่ผลการศึกษาพบว่า ความเป็นไปได้มีค่อนข้างน้อย เพราะสายการเดินเรือส่วนใหญ่มีเครือข่ายพันธมิตรและเส้นทางธุรกิจที่ดำเนินการอยู่แล้ว จึงไม่มีแรงจูงใจเพียงพอที่จะเปลี่ยนเส้นทาง

ขณะเดียวกัน ระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าของโครงการยังถูกประเมินว่ามีข้อจำกัด โดยเฉพาะระยะเวลาในการเคลื่อนย้ายสินค้าที่ไม่รวดเร็วเท่าที่คาด ส่งผลให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของโครงการอยู่ในระดับต่ำ และเพิ่มความเสี่ยงในการดำเนินงาน

สำหรับผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการประเมินว่ามีความเสี่ยงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยเฉพาะผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง ความมั่นคงทางอาหาร และทรัพยากรป่าไม้ อีกทั้งยังขาดการบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมในภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวมากกว่าที่ผ่านมา

ส่วนผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พบว่าสังคมยังมีความเห็นแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ยังสนับสนุนโครงการ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังแสดงความกังวลและยังไม่ตัดสินใจ เนื่องจากห่วงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ รวมถึงการคัดค้านจากกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

นายเอกนิติ กล่าวว่า จากผลการศึกษาทั้งหมด คณะกรรมการจึงมีมติว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจในระดับต่ำ มีความเสี่ยงด้านผลกระทบในระดับสูง และยังขาดฉันทามติจากสังคม จึงเสนอให้รัฐบาลปรับทิศทางการลงทุน โดยใช้ศักยภาพของท่าเรือระนองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเร่งพัฒนาโครงข่ายรถไฟเชื่อมเข้าสู่ท่าเรือ รวมถึงเร่งพัฒนาระบบขนส่งทางราง หรือ Missing Link เพื่อเชื่อมโยงภาคใต้ ภาคเหนือ ประเทศจีน และท่าเรือฝั่งตะวันออกให้เป็นโครงข่ายโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังเสนอเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต โดยเห็นว่ารัฐควรกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศให้ชัดเจนก่อนเริ่มศึกษาโครงการ ควบคู่กับการวางยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความขัดแย้งในสังคม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถสรุปได้หรือไม่ว่าเป็นการ “พับโครงการแลนด์บริดจ์” นายเอกนิติตอบสั้น ๆ ว่า “ก็จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการจะจัดทำรายงานผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์เสนอต่อนายกรัฐมนตรี หากนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ก็จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการต่อไป