
เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ที่ท่าเรือแหลมศอก ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดตราด กลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหลั่งไหลต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า จนท่าเรือแทบรองรับไม่ทัน
ในช่วงเวลา 09.30–11.30 น. เพียงครึ่งวัน มีนักท่องเที่ยวกว่า 2,000 คน ทยอยเดินทางลงเรือโดยสาร มุ่งหน้าสู่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเกาะกูดและเกาะหมาก โดยมีเรือจาก 3 บริษัทหลัก ได้แก่ บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด บริษัท เสือดำโกร จำกัด และบริษัท เกาะกูดเอกเพรส จำกัด ระดมเที่ยวเรือรองรับอย่างเต็มกำลัง

แม้สถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงผันผวนและสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการเดินเรือ แต่ภาพรวมกลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง นักท่องเที่ยวไม่ได้ลดลง กลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังคงเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าตราดซึ่งลงพื้นที่อำนวยความสะดวก เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นหนึ่งในวันที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด พร้อมเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการควบคุมจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยว และการแจ้งเตือนเรื่องคลื่นลมในทะเลที่อาจส่งผลต่ออาการเมาเรือ โดยเที่ยวเรือสุดท้ายของวันอยู่ที่เวลา 16.00 น.

ด้านผู้ประกอบการเรือโดยสารยืนยันตรงกันว่า ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารในช่วงเทศกาล แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเลือกใช้มาตรการ “ตรึงราคา” เพื่อรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยว และสร้างความมั่นใจให้กับผู้เดินทาง
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มปรับโครงสร้างราคาตั๋วในอนาคต โดยอาจแยกค่ารถสองแถวออกจากค่าโดยสารเรือ เพื่อความเป็นธรรมต่อผู้โดยสาร โดยเฉพาะกลุ่มที่พักบนเกาะที่มีบริการรถรับส่งของโรงแรมเอง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

สถิติเบื้องต้นพบว่า เฉพาะวันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเกาะกูดประมาณ 1,000 คน และเกาะหมากกว่า 300 คน ขณะที่ตลอดช่วงเทศกาล คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทุกบริษัทและเรือสปีดโบ๊ท อาจพุ่งเกิน 10,000 คน
เสียงจากนักท่องเที่ยวสะท้อนชัด แม้ค่าใช้จ่ายโดยรวมจะปรับสูงขึ้น แต่ไม่ใช่อุปสรรคของการเดินทาง “ไม่ได้มาเที่ยวทุกวัน” กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายครอบครัวยังคงเลือกออกเดินทางในช่วงเวลานี้

ภาพรวมของจังหวัดตราดจึงสะท้อนชัดว่า “ความเชื่อมั่น” คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวยังเดินหน้า แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและพลังงาน แต่ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ปลายทางทะเลตะวันออกแห่งนี้ยังคงร้อนแรงไม่แพ้อุณหภูมิอากาศในช่วงสงกรานต์ปีนี้
ข่าว/ภาพ : จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตราด

