ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อน–บุหรี่ไฟฟ้ายึดของกลางกว่า 169 ล้านซุกพัสดุ-โกดังร้างทั่วประเทศ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยผลการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปราบปรามอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าต้องห้าม โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้า

ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถจับกุมบุหรี่ต่างประเทศได้รวมกว่า 27.3 ล้านมวน และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์อีก 205,445 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 169,634,923 บาท

อธิบดีกรมศุลกากรระบุว่า พฤติการณ์ลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายมีการปรับรูปแบบอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่ลำเลียงผ่านด่านชายแดนโดยตรง ปัจจุบันหันมาใช้ช่องทางพัสดุไปรษณีย์ บริษัทขนส่งเอกชน และการซุกซ่อนในยานพาหนะขนส่งสินค้า รวมถึงการเก็บพักในโกดังร้างและบ้านพักอาศัยในพื้นที่ชุมชน

เปิด 9 คดีสำคัญ ล็อตใหญ่ทั่วประเทศ

การจับกุมที่สำคัญมีทั้งในพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร อาทิ

  • สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 ตรวจค้นพัสดุบริษัทขนส่งเอกชน พบบุหรี่ต่างประเทศ 400,000 มวน และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์ 8,450 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 5.7 ล้านบาท
  • ด่านศุลกากรสงขลา ตรวจรถบรรทุกต้องสงสัย 4 คัน ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา พบบุหรี่ 3,614,800 มวน มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท และตรวจอาคารร้างใน อ.นาหม่อม ยึดเพิ่มอีก 1,680,000 มวน
  • สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ร่วมด่านศุลกากรมุกดาหาร ตรวจบริษัทขนส่งใน จ.มุกดาหาร พบหัวพอตบุหรี่ไฟฟ้า 34,800 ชิ้น มูลค่ากว่า 6.9 ล้านบาท
  • กองสืบสวนและปราบปรามร่วมหลายหน่วยงาน ตรวจโกดังร้างใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ยึดบุหรี่ต่างประเทศ 2,000,000 มวน มูลค่า 10 ล้านบาท
  • ตรวจค้นบ้านพักในเขตคันนายาว กรุงเทพฯ พบเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าไฮบริด 500 เครื่อง และมวนบุหรี่ IQOS กว่า 4,300 ชิ้น มูลค่ารวมราว 10 ล้านบาท
  • ตรวจพัสดุต้องสงสัยที่ไปรษณีย์หลักสี่และไปรษณีย์หาดใหญ่ ยึดบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 12,824 ชิ้น
  • ด่านศุลกากรแม่สอด ตรวจไปรษณีย์ในพื้นที่ พบบุหรี่ต่างประเทศ 584,000 มวน
  • สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 ร่วมด่านศุลกากรแม่กลอง ใช้เครื่องเอกซเรย์แบบพกพา ตรวจพบบุหรี่ 12,512,380 มวน มูลค่ากว่า 62 ล้านบาท
  • สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ตรวจตู้สินค้าตกค้าง 7 ตู้ พบบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 46,260 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ผิดหลายกฎหมาย โทษหนักทั้งจำและปรับ

กรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า ผู้กระทำผิดมีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมาย

นายพันธ์ทองย้ำว่า การปราบปรามครั้งนี้สะท้อนประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก และความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน สร้างความเป็นธรรมทางการค้า และรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม

“กรมศุลกากรจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือแหล่งกระจายสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าที่กระทบต่อเยาวชนและสุขภาพของประชาชน” อธิบดีกรมศุลกากรกล่าว