ทองคำดิ่งเหววันเดียวหายเกือบ 2 พัน”ดอลลาร์แข็ง–สงครามปะทุ”กดราคาหนักสุดรอบสัปดาห์

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม บรรยากาศการลงทุนในตลาดทองคำเข้าสู่โหมด “ตื่นตระหนก” หลังสมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาลงรวดเดียวถึง 1,900 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศร่วงหนักที่สุดในรอบสัปดาห์ สะท้อนแรงกดดันจากตลาดโลกที่ปรับตัวลงอย่างรุนแรง

สมาคมค้าทองคำประกาศเมื่อเช้าวันเสาร์ว่า ราคาทองคำแท่ง รับซื้อคืนอยู่ที่ 70,250 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 70,450 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 68,841.56 บาท และขายออก 71,250 บาท ด้านทองคำขนาดย่อยได้รับผลกระทบถ้วนหน้า โดยทอง 1 สลึง แตะระดับ 18,413 บาท ส่วนทอง 2 บาท พุ่งไปที่ 142,500 บาท และทอง 5 บาท อยู่ที่ 356,500 บาท รวมค่ากำเหน็จแล้ว

แรงกระแทกสำคัญมาจากตลาดโลก หลังราคาทองคำสปอตร่วงหลุดระดับจิตวิทยา 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปิดตลาดบริเวณ 4,497 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงเทขายที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยหลักที่ฉุดราคาทองคำ คือการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งกลับมาเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่ดึงดูดเงินลงทุนมากขึ้น หลังมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐเตรียมส่งกำลังพลเพิ่มเติมหลายพันนายเข้าสู่ตะวันออกกลาง จุดชนวนความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหม่

ความตึงเครียดดังกล่าวยังลามไปสู่ความกังวลด้านเศรษฐกิจ โดยนักลงทุนหวั่นว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูง ดันเงินเฟ้อกลับมา และบีบให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธนาคารกลางหลักอย่างยุโรปและอังกฤษมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดในเดือนเมษายน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป ส่งผลให้ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ยิ่งเสียความน่าสนใจเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทางเลือก

“เมื่อดอกเบี้ยสูง เงินก็ไหลออกจากทอง” เป็นภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในรอบนี้ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ยังทำให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น ยิ่งซ้ำเติมแรงขายให้รุนแรงขึ้น

สำหรับ แนวโน้มระยะสั้น บริษัทวิเคราะห์ทองคำประเมินว่า ราคาทองคำสปอตยังคงต้องจับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 4,655 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยังยืนได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,780 ดอลลาร์ แต่หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,615 ดอลลาร์ อาจเห็นการปรับฐานลงลึกอีกระลอก

สัปดาห์หน้า (23–27 มีนาคม) แม้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐขนาดใหญ่ แต่ตลาดยังคงจับตาดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการ ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะเดียวกันถ้อยแถลงของกรรมการเฟดจะเป็น “ตัวแปรชี้ชะตา” ทิศทางดอกเบี้ย และอาจเป็นตัวกำหนดว่าทองคำจะ “รีบาวด์” หรือ “ร่วงต่อ” ในระยะถัดไป

ท่ามกลางพายุข่าวร้ายที่ถาโถม ตลาดทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน และคำถามสำคัญที่นักลงทุนต้องเผชิญในเวลานี้คือ นี่เป็นเพียงการพักฐาน…หรือจุดเริ่มต้นของขาลงรอบใหม่กันแน่