
ผู้ประกอบการกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลเคลื่อนไหวก่อนการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วาระสำคัญ โดย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) นำโดย นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมฯ จากบริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด (ช่อง 3 HD) และ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) พร้อมผู้ประกอบการโทรทัศน์ เข้ายื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. พร้อมสำเนาถึงกรรมการ กสทช. ทุกคน เพื่อขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการประชุม ซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณา Digital TV Roadmap ก่อนที่ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลจะทยอยสิ้นสุดลง โดยมี นายรัชตะพงศ์ พินทุเสนีย์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร เป็นผู้รับหนังสือ
นายชาคริต กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือครบกำหนด 30 วัน หลังการประชุม กสทช. ครั้งก่อน ซึ่งที่ประชุมมีมติให้สำนักงาน กสทช. จัดทำข้อมูลและแนวทางเกี่ยวกับ Digital TV Roadmap รวมถึงแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มสตรีมมิง เพื่อนำกลับมาเสนอให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง โดยคาดว่าจะมีการลงมติในการประชุมครั้งนี้ตามกรอบเวลาที่กำหนด
ส่วนประเด็นที่สอง คือ ความกังวลเกี่ยวกับสถานะและคุณสมบัติของประธาน กสทช. ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย โดยเห็นว่าการประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องทั้งกิจการโทรคมนาคมและกิจการโทรทัศน์ หากมีการพิจารณาและลงมติในขณะที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. ก็อาจทำให้มติดังกล่าวถูกโต้แย้งทางกฎหมายในภายหลังได้

“วันนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ กสทช. ต้องเร่งพิจารณาและอนุมัติ หากมีการลงมติไปแล้ว แต่ภายหลังเกิดปัญหาทางกฎหมาย ก็อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานทั้งหมด จึงอยากให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 7 คน พิจารณาอย่างรอบคอบ ทบทวนบทบาทหน้าที่ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ” นายชาคริต กล่าว
ด้านนายอดิศักดิ์ กล่าวว่า แม้ปัจจุบัน กสทช. จะมีกรรมการทั้งหมด 7 คน แต่ประธาน กสทช. ยังมีประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ หลังคณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณ ถือว่าสละสิทธิ์ แม้กระบวนการทางกฎหมายจะยังไม่สิ้นสุดก็ตาม หากไม่นับประธาน กสทช. จะยังเหลือกรรมการอีก 6 คน ซึ่งเพียงพอต่อการเป็นองค์ประชุมและสามารถดำเนินการประชุมได้
นายอดิศักดิ์ ระบุว่า หากประธาน กสทช. ไม่เข้าร่วมประชุม จะถือเป็นทางออกที่เหมาะสมและช่วยลดข้อกังวลทางกฎหมาย เพราะหากประธานเข้าร่วมประชุมและต่อมามีคำวินิจฉัยที่ส่งผลต่อสถานะ ก็อาจทำให้มติสำคัญ โดยเฉพาะการพิจารณา Digital TV Roadmap ถูกโต้แย้งและต้องล่าช้าออกไปอีกเป็นเวลานาน
“แนวทางที่ดีที่สุดคือให้กรรมการอีก 6 คน ทำหน้าที่พิจารณาวาระต่าง ๆ ต่อไป เพราะองค์ประชุมยังครบ ส่วนประธาน กสทช. จะใช้สิทธิดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร ก็เป็นสิทธิของท่าน ซึ่งไม่มีใครขัดข้อง” นายอดิศักดิ์ กล่าว
เมื่อถูกถามถึงฉากทัศน์ หากประธาน กสทช. เข้าหรือไม่เข้าร่วมประชุม นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ไม่สามารถคาดการณ์ผลได้ เนื่องจากตามกฎหมาย ประธาน กสทช. มีหน้าที่กำหนดวาระการประชุม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง หากยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวระหว่างใช้สิทธิตามกฎหมาย ก็จะช่วยลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมได้มากกว่า
นายอดิศักดิ์ ยังแสดงความกังวลว่า คณะกรรมการ กสทช. ชุดปัจจุบันเหลือวาระการดำรงตำแหน่งอีกประมาณ 2 ปี และจะครบวาระในปี 2571 หากปล่อยให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเพิ่มเติม มติสำคัญที่มีไปแล้วอาจถูกโต้แย้ง ส่งผลให้การดำเนินงานของ กสทช. ต้องสะดุดและล่าช้าต่อเนื่อง
“แม้การชะลอการพิจารณาอาจเสียเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่หากมีการลงมติไปก่อน แล้วเกิดปัญหาทางกฎหมายภายหลัง ทุกอย่างอาจต้องหยุดชะงักเป็นเวลาหลายเดือน ทั้งที่ผู้ประกอบการกำลังเร่งรัดให้ กสทช. เดินหน้าพิจารณา เนื่องจากกรอบเวลาของใบอนุญาตกำลังใกล้หมดลง จึงหวังว่ากรรมการ กสทช. ทุกคนจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบสูงสุด” นายอดิศักดิ์ กล่าว
