ปชป.รุกเปิดแพลตฟอร์ม”จับตา”สแกนราคาสินค้าแบบเรียลไทม์ถามตรงๆน้ำมันหายไปไหน

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมแถลงข่าวถึงสถานการณ์ราคาพลังงานและผลกระทบต่อราคาสินค้า พร้อมเสนอใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหา

นายกรณ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ พบว่าสถานการณ์น้ำมันยังไม่คลี่คลาย หลายปั๊มได้รับน้ำมันต่ำกว่าปกติอย่างมาก บางแห่งมีเพียงครึ่งหนึ่งของความต้องการ ส่งผลให้ประชาชนยังคงประสบปัญหาในการเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

“รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันเพียงพอ และสั่งโรงกลั่นผลิตถึง 104% แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่กลับสวนทาง ปั๊มน้ำมันจำนวนมากรายงานตรงกันว่าได้รับน้ำมันน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ” นายกรณ์กล่าว

นอกจากนี้ ยังพบว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันลดลงจากเดิมประมาณ 200,000 ลิตรต่อวัน เหลือเพียง 50,000 ลิตรต่อวัน ยิ่งทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า “น้ำมันที่ควรจะเหลือมากขึ้น กลับหายไปไหน” ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ ระบุว่า ปัญหาน้ำมันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องพลังงาน แต่กำลังลุกลามไปสู่ปัญหาค่าครองชีพ เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญทั้งในภาคการผลิตและการขนส่ง ซึ่งจะกระทบต่อราคาสินค้าในวงกว้าง

“รัฐบาลต้องระวังไม่ให้มีการขึ้นราคาสินค้าแบบฉวยโอกาส ขณะเดียวกันต้องเตรียมมาตรการรองรับสินค้าที่จำเป็นต้องปรับขึ้นจริง เช่น ปุ๋ยเคมี สินค้าที่ใช้พลาสติก และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงคำถามว่าราคาน้ำมันปาล์มจำเป็นต้องขึ้นหรือไม่” นายกรณ์กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นสินค้าบางประเภท เช่น กระดาษชำระ แชมพู หรือผงซักฟอก ว่าอาจไม่ใช่กลุ่มสินค้าที่ประชาชนได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่สินค้าสำคัญอย่างก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ย และยารักษาโรค กลับยังไม่มีแนวทางดูแลที่ชัดเจน

นายกรณ์ ยังย้ำว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นทางน้ำมันดิบ การกลั่น ไปจนถึงการกระจายสู่ปั๊ม จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการปกปิดข้อมูลบางส่วน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส

“หากมีคำอธิบายที่ชัดเจน ประชาชนก็พร้อมร่วมมือ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือความสับสน และภาระตกอยู่กับผู้ประกอบการและประชาชน” นายกรณ์กล่าว

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นญัตติด่วนต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 มีนาคม เพื่อเปิดอภิปรายเรื่องวิกฤตพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน

นายกรณ์ ยังชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศไทยปัจจุบันมีถึง 3 ระดับ ได้แก่ ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย ราคาผ่านคนกลางที่ไม่ได้รับการชดเชย และน้ำมันสำหรับภาคประมงที่ได้รับยกเว้นภาษี ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการที่เข้มงวด อาจนำไปสู่การซื้อข้ามตลาดและสร้างความปั่นป่วนในระบบ

“ปัญหาไม่ใช่แค่ขาดแคลน แต่คือความไม่ชัดเจนและการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งกำลังสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน” นายกรณ์กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ นางการดีกล่าวว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำมันที่หาคำตอบไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน มีไอ้โม้ง หรือไอ้เม้ม อยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเมื่อราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนที่ลำบากอยู่แล้วให้ลำบากขึ้นเรื่อยๆ พรรคจึงขอเปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับตา” เครื่องมือดิจิทัลที่จะเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากการเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ให้มาเป็น “ผู้ร่วมตรวจสอบ” และสะท้อนปัญหาแบบ Real-time ผ่านกลไก Civic Engagement ซึ่งตัวระบบเวอร์ชั่นเบื้องต้น พร้อม Dashboard แสดงผลในรูปแบบแผนที่อัจฉริยะเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยเตรียมที่จะบูรณาการเข้ากับ Line OA ของพรรค เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด สามารถทดลองใช้ก่อนได้ที่ https://liff.line.me/2009555163-09I8zuzR และในวันที่ 24 มี.ค. จะได้มีการประชุมร่วมกับทีมพัฒนา ของพรรค (Tech Lab) เพื่อทดสอบระบบ (Walk-through) อย่างละเอียดอีกครั้งก่อนเปิดใช้งานจริง