
สถานการณ์ความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลกที่ยังคงยืดเยื้อ กำลังส่งแรงกระเพื่อมมาถึงเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง จนเริ่มกดดันราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด
ล่าสุด กรมการค้าภายในขยับเกมเชิงรุก เร่งใช้มาตรการ “คุมต้นน้ำ” เพื่อสกัดไม่ให้แรงกระแทกดังกล่าวลุกลามไปสู่สินค้าปลายทางในวงกว้าง
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแล โดยกำหนดสินค้า 3 รายการ ได้แก่ “เม็ดพลาสติก ซอสปรุงรส และน้ำดื่มบรรจุขวด” เป็นสินค้าควบคุม เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีผลต่อโครงสร้างต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในหลายอุตสาหกรรม
“เป้าหมายคือป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง และรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าในภาพรวม” นายวิทยากร กล่าว
สำหรับ “เม็ดพลาสติก” ซึ่งถือเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และปิโตรเคมี ได้ถูกวางมาตรการควบคุมเข้มครอบคลุมประเภทหลัก ได้แก่ PE, PP และ PET ที่ใช้ผลิตขวด ถุง ฝา และภาชนะต่าง ๆ โดยผู้ประกอบการทุกระดับตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ไปจนถึงผู้ใช้วัตถุดิบ จะต้องรายงานข้อมูลด้านราคา ปริมาณการผลิต การนำเข้า การใช้ และสต็อกสินค้า ต่อกรมการค้าภายในเป็นรายสัปดาห์
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐมองเห็น “ภาพจริงของต้นทุน” อย่างต่อเนื่อง และสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้ทันท่วงที ก่อนที่ราคาสินค้าจะส่งผ่านไปถึงมือผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ในส่วนของ “ซอสปรุงรส” และ “น้ำดื่มบรรจุขวด” ซึ่งเป็นสินค้าใกล้ตัวประชาชน กรมการค้าภายในได้จับตาสถานการณ์ทั้งด้านปริมาณและราคาอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการขาดแคลนหรือการปรับราคาที่มีนัยสำคัญ จะสามารถใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินการได้ทันที
นอกจากการคุมสินค้าต้นน้ำแล้ว ภาครัฐยังเฝ้าระวังสินค้าเกษตรสำคัญที่อาจได้รับผลกระทบเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็น “มะพร้าวผลอ่อน ปลากะพง และกากถั่วเหลือง”
โดยเฉพาะกรณีมะพร้าวผลอ่อน ที่พบปัญหาการใช้สิ่งเจือปนแทนน้ำมะพร้าวแท้ในอุตสาหกรรม ส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบจริงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กดดันราคามะพร้าวในประเทศให้ปรับตัวลดลง กระทบรายได้เกษตรกรโดยตรง
ส่วนปลากะพง มีการติดตามการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อผู้เลี้ยงปลาไทย ขณะที่กากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ได้รับการดูแลด้านปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ
ทั้งนี้ สินค้าทั้ง 3 รายการจะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาประกาศเป็นสินค้าควบคุมอย่างเป็นทางการ
“กรมการค้าภายในจะเดินหน้ากำกับดูแลโครงสร้างราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ราคาสินค้าเป็นธรรม ตลาดมีเสถียรภาพ และลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก” นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้าย
