ปุ๋ยธงเขียวพลั

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียม “ยกระดับ” โครงการปุ๋ยธงเขียวสู่ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” หวังลดภาระต้นทุนให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาและความกังวลเรื่องซัพพลายในตลาดโลก
มาตรการใหม่นี้จัดเต็มทั้ง “ส่วนลด–คูปอง” โดยเกษตรกรจะได้รับส่วนลดปุ๋ยเคมี กระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท ขณะเดียวกัน ผู้ถือ “บัตรดินดี” จะได้สิทธิ์เพิ่มอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ย และคูปองอีก 200 บาท สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ ส่งผลให้ได้รับการสนับสนุนสูงสุด 1,400 บาทต่อราย
อธิบดีกรมการค้าภายในย้ำว่า นี่ไม่ใช่แค่การ “อุ้มราคา” ระยะสั้น แต่เป็นจังหวะสำคัญในการ ปรับโครงสร้างการใช้ปุ๋ย ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี หันมาใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้ตรงความต้องการพืช ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว
ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องปุ๋ยขาดแคลน รัฐบาลยืนยันเสียงแข็งว่า “ของยังมีเพียงพอ” โดยสต๊อกปุ๋ยในประเทศสามารถรองรับการใช้งานได้ถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 ครอบคลุมช่วงพีคของฤดูนาปีที่กำลังจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม
จากการสำรวจคลังสินค้า พบว่ายังมีปุ๋ยเคมีจำนวนมาก โดยเฉพาะ ยูเรียสูตร 46-0-0 ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังเดินหน้าวางแผนนำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมสต๊อกไม่ให้สะดุด
เบื้องหลังการประคองตลาดครั้งนี้ กรมการค้าภายในได้ระดมประชุมร่วมกับ 3 สมาคมปุ๋ยหลัก รวมถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายรายใหญ่ เพื่อวางแผนรับมือความผันผวน พร้อมยืนยันว่า ระบบจัดหาปุ๋ยยังเดินหน้าได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ยังมีการ “กระจายความเสี่ยง” การนำเข้า โดยขยายแหล่งนำเข้าจากหลายประเทศ ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง ปัจจุบันไทยนำเข้าปุ๋ยจาก ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย บรูไน โอมาน จีน รัสเซีย แคนาดา เกาหลีใต้ รวมถึงยุโรปและอาเซียน ทำให้ระบบซัพพลายมีความยืดหยุ่นสูง
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังสั่งการให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 แห่งทั่วโลก เร่งหาแหล่งนำเข้าใหม่ โดยเฉพาะในอาเซียน พร้อมเดินหน้าเจรจากับจีน เพื่อเพิ่มการส่งออกปุ๋ยฟอสเฟตเข้าสู่ไทย
อย่างไรก็ตาม สัญญาณ “ความผิดปกติ” ในตลาดเริ่มปรากฏ เมื่อพบว่ามีร้านค้าบางพื้นที่ปรับราคาปุ๋ยขึ้น กระสอบละ 50–100 บาท ทั้งที่เป็นสินค้าสต๊อกเดิม
กรมการค้าภายในจึงประกาศ คุมเข้มเต็มพิกัด ไล่ตรวจตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมกำชับชัดเจน
- ห้ามกักตุนสินค้า
- ห้ามจำกัดการขาย
- ห้ามขายพ่วงโดยเด็ดขาด
พร้อมเตือนผู้ประกอบการว่า หากฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะมีความผิดตามกฎหมาย โทษสูงสุด จำคุก 7 ปี หรือปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ท้ายที่สุด อธิบดีกรมการค้าภายในส่งสัญญาณถึงเกษตรกรทั่วประเทศว่า “ไม่ต้องตื่นตระหนก” ปุ๋ยยังมีเพียงพอ และไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุน พร้อมเปิดช่องทางร้องเรียนสายด่วน 1569 หากพบการค้าขายไม่เป็นธรรม
ท่ามกลางแรงกระแทกจากตลาดโลก มาตรการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” จึงถูกมองว่าเป็นอีกเดิมพันสำคัญของรัฐ ในการประคอง “ต้นทุนเกษตร” ไม่ให้ลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในวงกว้าง.
