‘พิพัฒน์’ปลุกถนน-สะพานทั่วไทยเร่งเมกะโปรเจกต์พันล้าน คืนลมหายใจศก.ชุมชน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงานให้แก่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ท่ามกลางผู้บริหารและผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศกว่า 125 คน ที่อาคารฝึกอบรมสะพานพระราม 7 โดยประกาศเดินหน้าปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

นายพิพัฒน์ ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้อง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนทุกพื้นที่ โดยเฉพาะ “กรมทางหลวงชนบท” ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่เชื่อมโยงชุมชนทั่วประเทศเข้าด้วยกัน

“ถนนทุกสายต้องตอบโจทย์ประชาชน ลดต้นทุนการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย และสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้คนไทย” นายพิพัฒน์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้ ทช. บริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า เร่งแก้ปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดฝุ่น PM2.5 เปลี่ยนไฟถนนเป็นระบบ LED และติดตั้งโซลาร์ฟาร์มริมทาง รวมถึงเร่งสะสางโครงการขนาดใหญ่ที่ล่าช้า เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยเร็วที่สุด

ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ปี 2569 ทช. เตรียมเดินหน้าหลายโครงการระดับประเทศ เพื่อเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมและกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็น “สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา” เชื่อมสงขลา-พัทลุง และ “สะพานเชื่อมเกาะลันตา” จังหวัดกระบี่ ซึ่งขณะนี้ได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว และเตรียมลงนามสัญญาทันทีหลังได้รับอนุมัติเงินกู้จากธนาคารโลก

ขณะเดียวกัน ยังเร่งผลักดันโครงการ “Thailand Riviera” ถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ตั้งแต่สมุทรสงครามถึงนราธิวาส โดยเฟส 3 ช่วงเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางกว่า 81 กิโลเมตร ได้เริ่มนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ก่อสร้างแล้ว เพื่อยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวชายฝั่งไทยสู่ระดับโลก

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าถนนเลียบแม่น้ำโขง “นาคาวิถี” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยวชุมชน รวมถึงกระจายงบประมาณลงสู่พื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านโครงการพัฒนาถนนและสะพานกว่า 333 โครงการ ระยะทางรวม 813 กิโลเมตร และก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กอีก 46 แห่ง

สำหรับโครงการแก้ปัญหาจราจรในภูมิภาค ทช. เตรียมเร่งรัดหลายพื้นที่สำคัญ อาทิ ถนนสาย ง เมืองทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ถนนสาย จ เมืองกำแพงเพชร และทางลอดแยกศูนย์ราชการ จ.เชียงราย เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมานาน

นายพิชิต หุ่นศิริ

นายพิชิต ยังระบุด้วยว่า ทช. จะเดินหน้าพัฒนาระบบบริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุอัจฉริยะ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ รวมถึงต่อยอดนวัตกรรมถนนจากขยะพลาสติกรีไซเคิล เพื่อลดมลพิษและสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน กรมทางหลวงชนบทรับผิดชอบโครงข่ายถนนกว่า 3,662 สายทาง ระยะทางรวมกว่า 51,295 กิโลเมตร และสะพานอีกกว่าหมื่นแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญภายในปี 2570 คือการยกระดับถนนทุกสายให้มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ