‘ภัทรพงศ์’ สั่งซ้อมใหญ่แผนฉุกเฉิน 22 สนามบินเสริมเกราะความปลอดภัยผู้โดยสารทั่วไทย

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การขนส่งทางอากาศเป็นระบบคมนาคมที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาประเทศ ดังนั้น “ความปลอดภัย” จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องยกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ใช้บริการ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้กรมท่าอากาศยานเร่งดำเนินการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนเผชิญเหตุแบบเต็มรูปแบบ (Full-scale Exercise) ในท่าอากาศยานสังกัดทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบการประสานงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพหากเกิดสถานการณ์จริง

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 27 มิถุนายน 2569 จะลงพื้นที่เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและเผชิญเหตุเต็มรูปแบบ ณ ท่าอากาศยานนครพนม (KOP-EMEX) พร้อมตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ติดตามความพร้อมของระบบความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยในทุกมิติ ทั้งด้านการฝึกซ้อม การบริหารจัดการ และการให้บริการประชาชน โดยย้ำว่าการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารและประชาชนต้องเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

“การฝึกซ้อมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการทดสอบแผนงานบนกระดาษ แต่เป็นการจำลองสถานการณ์เสมือนจริง เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ลดความสูญเสียหากเกิดเหตุไม่คาดคิด และสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยมีระบบการบินที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต” นายภัทรพงศ์ กล่าว

ด้าน

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า การจัดฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ตามข้อกำหนดฉบับที่ 37 ว่าด้วยมาตรฐานสนามบิน ซึ่งกำหนดให้สนามบินทุกแห่งต้องจัดการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินแบบเต็มรูปแบบอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกระยะเวลา 2 ปี ส่วนปีที่ไม่มีการฝึกซ้อมเต็มรูปแบบ จะต้องจัดการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table-Top Exercise) รวมถึงเป็นไปตามแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ว่าด้วยกระบวนการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ

นอกจากนี้ การฝึกซ้อมยังสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตามภาคผนวก 14 (Annex 14 : Aerodromes) และภาคผนวก 17 (Annex 17 : Security) ที่กำหนดให้ท่าอากาศยานของรัฐภาคีต้องจัดฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินแบบเต็มรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำแผนปฏิบัติไปใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

สำหรับปี 2569 กรมท่าอากาศยานกำหนดจัดการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและเผชิญเหตุแบบเต็มรูปแบบในท่าอากาศยานสังกัดทั้ง 22 แห่ง ได้แก่ น่านนคร ระนอง สกลนคร นครพนม ลำปาง ร้อยเอ็ด เลย ชุมพร แม่สอด นราธิวาส แพร่ นครราชสีมา กระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี บุรีรัมย์ นครศรีธรรมราช ขอนแก่น ตรัง อุบลราชธานี ปาย และเพชรบูรณ์

แต่ละสนามบินจะกำหนดสถานการณ์จำลองที่แตกต่างกัน เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกมิติ โดยมีการบูรณาการกำลังจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เข้าร่วมฝึกซ้อมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งหน่วยดับเพลิง หน่วยกู้ชีพกู้ภัย ทีมแพทย์ หน่วยพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานสนับสนุนอื่น ๆ เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบบัญชาการ การสื่อสาร และการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ

กรมท่าอากาศยานย้ำว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย ให้มีความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีระบบการบินที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานระดับสากล