รัฐบาลยันยังไม่ขึ้น VAT ปี 68–69 เดินหน้าแผนขึ้น 10% ปี 73 สร้างความเชื่อมั่นต่างชาติ

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานในการเปิดงานงานมหกรรมการเงินกรุงเทพส่งท้ายปี ครั้งที่ 8 หรือ Money Expo 2025 Bangkok Year-End  พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ  โดยกล่าวถึงข้อเสนอการปรับภาษีมูลค่าเพิ่มมาอยู่ระดับ 10% นั้น

นายเอกนิติ ระบุว่า อยู่ในแผนเพิ่มศักยภาพทางการคลัง ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ต่างชาติ

และต้องยอมรับว่าขณะนี้ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยยังไม่พร้อม ส่งผลให้รัฐบาลจะยังไม่ขึ้นภาษีในปี 2568-2569  ซึ่งตามกรอบเวลา จะขึ้นภาษีเป็น 8.5% ภายในปี 2571 และ เป็น10% ภายในปี 2573

อย่างไรก็ตาม  ในแผนการคลัง มีทั้งการปฏิรูปภาษีแผนลดรายจ่าย การใช้เงินกองทุนรวมผ่านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเน้นการลงทุน และมีแผนเพื่อรักษาวินัยทางการคลัง โดยรัฐบาลมีแผนให้การขาดดุลงบประมาณลดเหลือไม่เกิน 3% ภายในปี 2572 ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยขาดดุลงบประมาณที่ 4.4%

“จริงๆต้องบอกว่าเรทในปัจจุบันอยู่ที่ 10% อยู่แล้ว  แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูที่ความพร้อม แต่อยู่ในแผนแน่นอนแล้วเราก็ต้องมีการคิดคำนวนด้วยว่าถ้าเกิดนวันนั้นเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวกลับมาพอที่จะสามารถขึ้นได้เราก็ต้องมีมาตรการอื่นมาชดเชยไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรายได้ในประเทศอื่น หรือลดรายจ่าย ซึ่งอันนี้ถูกเขียนอยู่ในแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งผมเชื่อว่าแผนอันนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นเพราะมันต้องมีการชดเชยกัน”นายเอกนิติกล่าว

ขณะที่ รัฐบาลต้องการให้คนไทยและเศรษฐกิจไทยปรับตัวได้ พลิกฟื้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว รองรับความเสี่ยงต่างๆ ได้  โดยเฉพาะการ upskill และ reskill ร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี และขณะนี้มีร้านค้าเกือบ 1 ล้านร้านค้า เข้าสู่ระบบ และมีร้านค้าเข้าไปเพิ่มทักษะจำนวนมาก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยมีทักษะขายของ หารายได้ ทักษะทางการเงิน  ดิจิทัล และ AI มาปรับใช้ เพื่อตอบโจทย์การฟื้นเศรษฐกิจระยะสั้น และเติบโตในระยะยาว 

ขณะที่ระดับประเทศ เตรียมลงทุนโลกแห่งอนาคต โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ขณะเดียวกัน ยังเป็นแหล่งให้ประชาชนมาออมเงินผ่านกองทุนต่างๆ ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา IndivIdual Saving Account เพื่อส่งเสริมการออมของคนไทยในระยะยาว

นายเอกนิติ ยอมรับว่า รัฐบาลเห็นปัญหาการลงทุนของประเทศไทยที่เติบโตช้ากว่าประเทศอื่น แต่รัฐบาลยังมองเห็นการลงทุนในอนาคต เช่น เกษตรสมัยใหม่ อุตสาหกรรมอีวี ดาต้าเซนเตอร์ การแพทย์สมัยใหม่ เป็นต้น ซึ่งต้องดําเนินการอย่างจริงจัง และสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องสร้างความมั่นใจว่าให้เห็นว่าประเทศไทยมีฐานะทางการคลังที่ดี แม้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศได้ปรับลดมุมมองประเทศไทยจาก มีเสถียรภาพ เป็นเชิงลบ แต่ล่าสุด S&P GLOBAL RATATING ได้คงความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่มี เสถียรภาพ เนื่องจาก เห็นรัฐบาลไทยแสดงความมุ่งมั่นในด้านการมีวินัยทางการคลัง

ด้านนางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม งานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO ระบุว่า จุดเด่นของงานปีนี้ คือการรวมโปรโมชันส่งท้ายปีที่มอบสิทธิพิเศษมากที่สุด ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์การเงิน-การลงทุน ทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เงินฝากดอกเบี้ยสูง ประกันสุดคุ้ม และกองทุนลดหย่อนภาษี เพื่อให้ประชาชนวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน