
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคครัวเรือน โดยสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกิน และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล อันจะนำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ปัจจุบันประชาชนสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว โดยผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ สามารถสมัครผ่านระบบ My Energy ของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าในจังหวัดอื่นทั่วประเทศ สมัครผ่านระบบ PPIM ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งภายในระบบได้รวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัคร เอกสารประกอบ และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการไว้อย่างครบถ้วน
สำหรับโครงการดังกล่าว จะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากภาคครัวเรือนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเสนอขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ ซึ่งนอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้จากพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ภายในครัวเรือน
ทั้งนี้ กระบวนการเข้าร่วมโครงการมีขั้นตอนที่ชัดเจน เริ่มตั้งแต่การยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร การประกาศผล การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการตรวจสอบระบบผลิตไฟฟ้าก่อนเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบจำหน่าย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย
นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บูรณาการการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service เพื่อลดขั้นตอนการดำเนินงาน อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงโครงการได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วน โดยเริ่มจากภาคครัวเรือนทั่วประเทศ
“โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกครัวเรือนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตพลังงานสะอาด สร้างรายได้จากไฟฟ้าส่วนเกิน และร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว
