
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนจากภัยทางการเงินทุกรูปแบบ และได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดำเนินคดีผู้กระทำผิด การปิดกั้นช่องทางหลอกลวงออนไลน์ และการตัดเส้นทางการเงินของเครือข่ายมิจฉาชีพ
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 พบว่า มีการดำเนินคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการปั่นหุ้น การทุจริต การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 8 คดี มีผู้ถูกกล่าวโทษทั้งสิ้น 43 ราย
ขณะเดียวกัน การบังคับใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งสามารถเรียกคืนผลประโยชน์และค่าปรับได้รวมกว่า 1,181 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าปรับทางแพ่ง 662 ล้านบาท และเงินชดใช้ผลประโยชน์อีก 519 ล้านบาท ซึ่งได้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของการปราบปรามขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปิดกั้นบัญชีและช่องทางที่ใช้กระทำความผิดได้แล้ว 368 บัญชี โดยใช้เวลาเพียง 7-48 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้งเบาะแส ช่วยลดความเสียหายและป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายฟอกเงินผ่านสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการระงับบัญชีม้าสะสมแล้วกว่า 58,006 บัญชี เพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 บัญชีจากช่วงปลายปี 2568 สะท้อนถึงความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายและการติดตามเส้นทางการเงินของกลุ่มอาชญากรอย่างจริงจัง
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ผลการดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จเชิงรูปธรรมของมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินของรัฐบาล ทั้งในมิติการดำเนินคดี การยึดคืนผลประโยชน์ การปิดกั้นช่องทางหลอกลวง และการสกัดบัญชีม้า ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการลดความเสียหายของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
พร้อมกันนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังได้มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. เพื่อรองรับธุรกรรมหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล และยกระดับการคุ้มครองนักลงทุนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินยุคดิจิทัล อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยในระยะยาว
