
จาก “ข้าวธรรมดา” สู่ “ข้าวมีเรื่องราว” กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าข้าวประณีต 466 ชุมชน เชื่อมทุน-เครื่องมือ-แปรรูป-ตลาด หวังเพิ่มมูลค่าและหยุดวงจรราคาข้าวตกต่ำ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ประชุมหารือร่วมกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร หรือ “ข้าวประณีต” ณ บริษัท ไร่ทอง ออร์แกนิกส์ ฟาร์ม จำกัด อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวิทวัส ไตรสรณกุล สส.เขต 9 จังหวัดศรีสะเกษ ดร.รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าศรีสะเกษ ตลอดจนตัวแทนกลุ่มข้าวประณีตในพื้นที่ ทั้งวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง ศูนย์ข้าวชุมชนเกษตรตำบลบ่อแก้ว สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ศรีสะเกษ จำกัด รวมถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้าร่วมสะท้อนปัญหา
นางศุภจี กล่าวว่า มีความผูกพันกับจังหวัดศรีสะเกษเป็นพิเศษ และยินดีที่ได้เห็นพัฒนาการของเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะไร่ทอง ออร์แกนิกส์ ฟาร์ม และชุมชนโดยรอบ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า “ข้าว” ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่สินค้าเกษตร แต่สามารถต่อยอดสู่การแปรรูป สร้างมูลค่า ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้

“ดีใจที่เราไม่มองข้าวเป็นแค่ข้าว แต่ข้าวเป็นพืชที่สามารถสร้างประโยชน์ได้ในหลายเรื่อง และเป็นต้นแบบที่ดีได้” นางศุภจี กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังเสียงสะท้อนของเกษตรกร พบว่าโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ตั้งแต่ต้นน้ำคือ “เมล็ดพันธุ์ข้าว” เพราะหากไทยไม่เร่งวิจัยและพัฒนาพันธุ์อย่างต่อเนื่อง คุณภาพข้าวอาจไม่แตกต่างจากคู่แข่ง จนสุดท้ายต้องกลับไปสู้กันด้วยราคา ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ของไทยยังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง จึงต้องบูรณาการกับกรมการข้าวเพื่อยกระดับประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทาง

อีกปัญหาสำคัญคือการเข้าถึงแหล่งทุนและเครื่องมือหลังการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะ “เครื่องลดความชื้นข้าว” ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการรักษาคุณภาพผลผลิต นางศุภจีจึงมอบหมายให้สำรวจความต้องการของแต่ละชุมชน เนื่องจากทั้ง 466 ชุมชนในโครงการมีปัญหาและความจำเป็นแตกต่างกัน พร้อมประสาน ธ.ก.ส. เพื่อเปิดทางให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนเหมาะสมและมีวงเงินเพียงพอ
สำหรับแนวคิด “ข้าวประณีต” กระทรวงพาณิชย์ต้องการพลิกวิธีคิดจาก “ขายปริมาณ” ไปสู่ “ขายคุณค่า” ดูแลครบวงจรตั้งแต่การผลิต เก็บเกี่ยว แปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์ ไปจนถึงหาตลาด เพื่อดันมูลค่าข้าวให้สูงขึ้นและส่งรายได้กลับถึงมือเกษตรกร

“ถ้าเราขายข้าวธรรมดาทั่วไป เราก็แข่งแต่ราคา แต่ข้าวประณีตเป็นข้าวที่มีเรื่องราว เป็นข้าวที่เราใส่ใจตั้งแต่ต้นทางถึงการแปรรูป เป้าหมายคือยกระดับมูลค่าของสินค้าข้าว และทำให้พื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการมีทั้งเครื่องมือและตลาด” นางศุภจี กล่าว
ด้านการตลาด กระทรวงพาณิชย์เตรียมระดมหน่วยงานในสังกัดเข้าช่วยครบวงจร โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) ช่วยดูดซับผลผลิตในช่วงราคาตกต่ำ กรมการค้าต่างประเทศเร่งเปิดตลาดส่งออก ขณะที่กรมการค้าภายในและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเชื่อมโยงข้าวและสินค้าแปรรูปชุมชนกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ ผ่าน Business Matching และ Contract Farming ล่วงหน้า

นางศุภจี ระบุว่า ปีนี้กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าส่งออกข้าวไทย 7 ล้านตัน พร้อมเร่งหาตลาดใหม่และตลาดทดแทน แต่หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงยอดส่งออก ต้องทำให้ “ราคาที่ดี” ส่งผ่านกลับไปถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่เฉพาะคนกลาง
พร้อมกันนี้ มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดจับมือกับจังหวัดและผู้ประกอบการ จัดทำ “ปฏิทินสินค้าเกษตร” เพื่อรู้ล่วงหน้าว่าผลผลิตแต่ละชนิดจะออกสู่ตลาดเมื่อใด และเตรียมหาตลาดรองรับก่อนสินค้าทะลัก ป้องกันวงจรราคาตกต่ำซ้ำรอย

“วันนี้มาเห็นแล้วชื่นใจที่มีทั้งเกษตรกรตัวอย่าง ชุมชนตัวอย่าง และวิสาหกิจชุมชนตัวอย่าง เกษตรกรเองก็ต้องปรับตัว ถ้าเรายึดอยู่ในรูปแบบเดิม เราจะช่วยได้ยาก กระทรวงพาณิชย์จะช่วยเติมในสิ่งที่พื้นที่ขาด ทั้งเครื่องมือ ความรู้ และตลาด เพื่อให้ของดีที่มีอยู่แล้วสร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้รายได้กลับไปถึงเกษตรกรได้จริง” นางศุภจี กล่าว

