สรรพสามิตลุยเชือด ‘บุหรี่เถื่อน’ ทะลักหนัก 10 เดือนจับกว่า 2 หมื่นคดี ยึดเกือบ 5 ล้านซอง

ศึกปราบบุหรี่เถื่อนยังเดือด กรมสรรพสามิตบูรณาการกำลังตำรวจ ศุลกากร ทหาร และหน่วยงานด้านความมั่นคง เปิดปฏิบัติการเชิงรุกทั่วประเทศ จับคดีสรรพสามิตกว่า 32,000 คดีในรอบ 10 เดือน โดยบุหรี่เถื่อนยังครองสัดส่วนสูงสุด สร้างความเสียหายต่อรัฐและผู้ประกอบการสุจริต

ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายสรรพสามิตอย่างเข้มข้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะ “บุหรี่เถื่อน” ซึ่งยังคงเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่พบการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายมากที่สุด สร้างความเสียหายต่อรายได้ของรัฐ กระทบผู้ประกอบการที่เสียภาษีอย่างถูกต้อง และบิดเบือนการแข่งขันทางการค้า

กรมสรรพสามิตจึงบูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กองทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เดินหน้าสืบสวนด้านการข่าวและเปิดปฏิบัติการเชิงรุก สกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าสินค้าหนีภาษีอย่างต่อเนื่อง

ผลการปราบปรามตลอด 10 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (1 ตุลาคม 2568 – 31 กรกฎาคม 2569) พบว่า สามารถจับกุมคดีผิดกฎหมายสรรพสามิตได้ 32,812 คดี คิดเป็นค่าปรับ 901.82 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวมกว่า 4,508.18 ล้านบาท

ในจำนวนนี้ คดียาสูบยังครองอันดับหนึ่ง ด้วยจำนวน 20,160 คดี หรือกว่า 61% ของคดีทั้งหมด คิดเป็นค่าปรับ 609.39 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับสูงถึง 4,376.97 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดบุหรี่ของกลางได้มากถึง 4,862,367 ซอง

เฉพาะเดือน กรกฎาคม 2569 กรมสรรพสามิตจับกุมคดีได้ 3,196 คดี คิดเป็นค่าปรับ 79.52 ล้านบาท และมีประมาณการค่าปรับรวม 248.78 ล้านบาท โดยคดียาสูบยังครองสัดส่วนสูงสุด 2,008 คดี หรือราว 63% ของคดีทั้งหมด มีค่าปรับ 58.10 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดบุหรี่ของกลาง 408,205 ซอง สะท้อนว่าการลักลอบค้าบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นปัญหาหลักที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า จากการปฏิบัติงานพบว่าขบวนการลักลอบสินค้าหนีภาษียังคงปรับเปลี่ยนวิธีการหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลำเลียงผ่านแนวชายแดน การขนส่งทางเรือ การใช้บ้านพักและศูนย์กระจายสินค้าเอกชนเป็นจุดพักสินค้า รวมถึงการทยอยขนส่งครั้งละไม่มาก เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกตรวจจับ

อย่างไรก็ตาม ด้วยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกหน่วยงาน ทำให้สามารถทลายคดีสำคัญได้หลายพื้นที่ทั่วประเทศ

คดีที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเดือนกรกฎาคม คือการจับกุม บุหรี่ซิกาแรตยี่ห้อกรองทิพย์ (FOR EXPORT ONLY) จำนวน 124,922 ซอง ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 โดยสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 7 มีประมาณการค่าปรับสูงถึง 124.08 ล้านบาท สะท้อนความพยายามของขบวนการลักลอบนำบุหรี่ที่ผลิตเพื่อการส่งออกย้อนกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศโดยหลีกเลี่ยงภาษี

อีกคดีสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สงขลา ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจยึดบุหรี่ที่ไม่ได้เสียภาษีจำนวน 56,000 ซอง ในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา คิดเป็นประมาณการค่าปรับกว่า 35.17 ล้านบาท แม้ไม่พบผู้กระทำผิด แต่ได้ส่งของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีและขยายผลติดตามเครือข่ายต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีผลการจับกุมคดีสำคัญในหลายจังหวัด ได้แก่

  • สตูล ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศที่ไม่ได้เสียภาษี 10,000 ซอง มูลค่าค่าปรับกว่า 9.42 ล้านบาท พร้อมจับกุมน้ำมันดีเซลหนีภาษีจากเรือประมงดัดแปลงรวม 10,500 ลิตร
  • นครศรีธรรมราช ตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายที่ซุกซ่อนในศูนย์ไปรษณีย์ 6,733 ซอง ค่าปรับกว่า 6.34 ล้านบาท
  • เชียงใหม่ ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย 4,690 ซอง ค่าปรับกว่า 4.42 ล้านบาท
  • นนทบุรี ตรวจยึดบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมาย 3,500 ซอง ค่าปรับกว่า 3.30 ล้านบาท
  • ระยอง จับกุมคดียาสูบและเครื่องดื่มที่ไม่ได้เสียภาษีรวม 2 คดี สะท้อนการขยายผลปราบปรามครอบคลุมสินค้าสรรพสามิตทุกประเภท

ดร.พรชัย ย้ำว่า การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ ควบคู่กับการปราบปรามสินค้าหนีภาษีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ และตัดวงจรเครือข่ายลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายให้ได้อย่างต่อเนื่อง