
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายปรีชา สุขเกษม อุปนายกสมาคมกุ้งไทย และเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ของจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียมีแนวโน้มใช้มาตรการตรวจสอบสารตกค้างในกุ้งไทยอย่างเข้มงวดในลักษณะเดียวกับที่ไทยใช้ตรวจสอบปลากะพงจากมาเลเซีย ซึ่งอาจส่งผลให้การขนส่งล่าช้า กระทบต่อคุณภาพความสดของกุ้ง และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อผู้ส่งออกไทย
นายปรีชาระบุว่า กุ้งสดเป็นสินค้าที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการขนส่ง หากเกิดความล่าช้าจากกระบวนการตรวจสอบที่ชายแดน มูลค่าสินค้าจะลดลงทันที จากกุ้งสดราคาสูงอาจกลายเป็นเพียงกุ้งแปรรูปหรือกุ้งดองที่มีมูลค่าต่ำกว่าเดิมมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร

ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวสะพัดเรื่องการจำกัดนำเข้ากุ้งไทยของมาเลเซีย จนส่งผลให้ราคากุ้งในจังหวัดสงขลาและหลายพื้นที่ภาคใต้เริ่มปรับตัวลดลง โดยเกษตรกรระบุว่าถูกพ่อค้าคนกลางกดราคารับซื้อเหลือเพียงกิโลกรัมละประมาณ 40 บาท ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงต่อเนื่อง
อุปนายกสมาคมกุ้งไทยยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับสมาคมกุ้งไทย ได้ยื่นหนังสือต่อสมาชิกวุฒิสภาในพื้นที่ รวมถึง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เพื่อขอให้เร่งผลักดันการแก้ไขปัญหา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนจากภาครัฐเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร

ล่าสุด กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งเตรียมยื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่ปฏิบัติราชการที่จังหวัดกระบี่ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเจรจากับทางการมาเลเซียอย่างเร่งด่วน
นายปรีชาย้ำว่า ไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์อันดีในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังมีกรอบความร่วมมือทางการค้าและข้อตกลงการค้าเสรีที่เอื้อต่อการค้าระหว่างกัน จึงเห็นว่ารัฐบาลไทย โดยนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ กรมประมง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเร่งประสานงานและเปิดการเจรจาโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนสร้างความเสียหายต่อเกษตรกรทั่วประเทศ
“หากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อเพียง 1-2 เดือน ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยอาจรุนแรงเกินกว่าจะแก้ไขได้” นายปรีชากล่าว

ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหารต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากทั่วประเทศ และเกี่ยวข้องกับเครือข่ายธุรกิจจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 200,000 คน ระบุว่า กุ้งไทยถือเป็นวัตถุดิบสำคัญที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับเมนูต้มยำกุ้ง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวมาเลเซีย โดยกุ้งจากประเทศอื่นยังไม่สามารถทดแทนคุณภาพและรสชาติได้
อย่างไรก็ตาม จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 การส่งออกกุ้งไทยไปยังประเทศมาเลเซียยังคงดำเนินการได้ตามปกติ และยังไม่มีการประกาศห้ามนำเข้ากุ้งไทยอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลมาเลเซียแต่อย่างใด ท่ามกลางการจับตาของภาคธุรกิจและเกษตรกรว่า มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้จริงในวันที่ 1 มิถุนายนนี้หรือไม่
ข่าว/ภาพ : นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดสงขลา
