‘อนุทิน’ เปิดเกมรุกไทยช่วยไทย พลัส ชู AI ปั้นร้านเล็กโตใหญ่ ย้ำประชาชนได้ของถูก-พ่อค้าแม่ค้ารายได้พุ่ง

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สำหรับผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน และภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพกับผู้บริหารภาครัฐและเอกชน ก่อนเดินเยี่ยมชมนิทรรศการและรับฟังการนำเสนอแนวทางดำเนินงานจากหน่วยงานและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งประกอบด้วย AI “นกกระซิบ” ของธนาคารกรุงไทย รวมถึงแพลตฟอร์มเดลิเวอรีชั้นนำ ได้แก่ Grab, LINE MAN, Robinhood และ ShopeeFood ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าหัวใจสำคัญของโครงการคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากภาครัฐได้ง่ายขึ้น ใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น และได้รับความคุ้มค่าสูงสุดจากมาตรการที่รัฐบาลจัดทำขึ้น

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงมาตรการกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดการ Reskill และ Upskill ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และขยายโอกาสทางการตลาดในอนาคต

“สิ่งที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้คือประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้น ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันตามแนวคิดไทยช่วยไทย” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยด้วยว่า จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการจำนวนมากที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 เท่า ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงพลังการใช้จ่ายของประชาชนและประสิทธิผลของมาตรการภาครัฐ โดยเชื่อว่าแม้หลังสิ้นสุดโครงการ ผู้ประกอบการจำนวนมากจะยังสามารถรักษาฐานลูกค้าและต่อยอดธุรกิจได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ในระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

นายอนุทินย้ำว่า รัฐบาลจะเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ด้านผู้แทนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการต่างแสดงความขอบคุณรัฐบาลที่ผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” จนเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยยืนยันว่าหลังจากเข้าร่วมโครงการ ยอดขายของร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ช่วยสร้างโอกาสทางการค้า กระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน และทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ในส่วนของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยมุ่งหวังให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยในทุกพื้นที่ของประเทศ อันเป็นการสร้างแรงส่งใหม่ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากฐานรากสู่ระดับประเทศ