‘อนุทิน’ เปิดแผนพลังงานแห่งชาติปูทางดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์-ตรึงเสถียรภาพค่าไฟ

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสรรเพชร บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถือเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญสูงสุด เพราะพลังงานเป็นรากฐานของเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการดำรงชีวิตของประชาชน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลได้กำหนดให้ “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน” เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนระดับโลก ซึ่งมองเห็นศักยภาพและความพร้อมของไทย ทั้งด้านเสถียรภาพของระบบพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ

“เมื่อ 4-5 ปีก่อน นักลงทุนยังไม่ได้มองประเทศไทยเป็นฐานสำคัญของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของการลงทุนในภูมิภาค เพราะหลายประเทศยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และทรัพยากร ทำให้ไทยมีความได้เปรียบและมีเสถียรภาพมากพอที่จะรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า การหลั่งไหลของการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาล ทำให้รัฐบาลต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ทั้งระบบผลิตและส่งไฟฟ้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนว่า ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ที่ประชุมจึงได้หารือมาตรการรองรับโครงการด้านไฟฟ้า การส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการลงทุน โดยย้ำว่าจะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มเติมแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม

พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าทั้งระบบ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส เป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน และกำหนดแนวทางรองรับการลงทุนใหม่ โดยไม่กระทบต่อฐานะกองทุนไฟฟ้าและไม่ซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า การประชุม กพช. ครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานนโยบายพลังงานของประเทศในระยะยาว จึงขอให้คณะกรรมการทุกฝ่ายร่วมกันพิจารณาวาระต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้มติที่ออกมาสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ทันที มีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งภาคประชาชนและนักลงทุนทั่วโลกว่า ประเทศไทยมีความพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานแห่งอนาคตของภูมิภาค