‘ไทยช่วยไทยพลัส’ คึกคักวันแรกคนแห่ใช้สิทธิเกือบล้านรายรัฐอุ้มค่าครองชีพ 60%

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตลาดสดธนบุรี กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในวันแรก พร้อมพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเลือกซื้อสินค้า เพื่อรับฟังความคิดเห็นและปัญหาการใช้งานจริง

นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาสินค้าสูง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยย้ำว่าโครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือประชาชนด้านปากท้อง ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

สำหรับ รูปแบบการช่วยเหลือ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% ขณะที่ประชาชนร่วมจ่าย 40% โดยรัฐช่วยจ่ายสูงสุดวันละ 200 บาท ส่งผลให้ประชาชนมีกำลังซื้อรวมได้ถึง 333.33 บาทต่อวัน และกำหนดวงเงินช่วยเหลือสูงสุดเดือนละ 1,000 บาท ปัจจุบันมีผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการประมาณ 26.05 ล้านคน ซึ่งมากกว่าร้อยละ 60 เป็นกลุ่มคนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือน

ในส่วนของผู้ประกอบการ มีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1.05 ล้านร้านทั่วประเทศ โดยรัฐบาลยังคงสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะร้านค้ารายย่อยเข้าร่วม และไม่เปิดให้ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่หรือโมเดิร์นเทรดเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ตลาดชุมชนและช่วยเหลือผู้ค้ารายเล็กอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน ร้านค้าที่ยังไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

นายเอกนิติ ยังกล่าวด้วยว่า การดำเนินโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” ในรูปแบบดิจิทัล 100% ช่วยให้ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบเส้นทางการใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 09.00 น. ของวันที่ 1 มิถุนายน 2569 พบว่า มีประชาชนใช้สิทธิแล้วกว่า 890,000 คน ร้านค้าได้รับเงินจากโครงการมากกว่า 200,000 ร้าน และเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบแล้วกว่า 170 ล้านบาท นับเป็นสัญญาณเชิงบวกของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงเวลาที่ค่าครองชีพยังคงอยู่ในระดับสูง