ไทยผงาดเวทีโลกรับเจ้าภาพ”โอลิมปิกการเงินการคลัง” IMF–World Bank หลังรอคอยกว่า 35 ปี

ประเทศไทยเดินหน้าตอกย้ำบทบาทบนเวทีเศรษฐกิจโลก หลังการหารือร่วมกันระหว่าง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก ประจำปี 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้

การหารือเป็นไปด้วยบรรยากาศเชิงบวก โดยทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความพึงพอใจต่อความก้าวหน้าในการเตรียมงาน พร้อมชื่นชมศักยภาพของ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการรองรับการประชุมระดับโลก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีเศรษฐกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

ดร.เอกนิติ ระบุว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพอีกครั้งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศ เพราะการประชุมครั้งนี้เปรียบเสมือน “โอลิมปิกทางการเงินการคลังของโลก” และประเทศไทยยังเป็นเพียงหนึ่งในสามประเทศที่ได้รับเกียรติให้จัดงานมากกว่าหนึ่งครั้ง

โดยครั้งล่าสุดที่ไทยเป็นเจ้าภาพเกิดขึ้นเมื่อปี 2534 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เช่นเดียวกัน สถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ในเวลานั้น

“การที่การประชุมระดับโลกกลับมาจัดที่สถานที่เดิมอีกครั้ง สะท้อนถึงพัฒนาการของประเทศไทยตลอดกว่า 35 ปีที่ผ่านมา และยังแสดงถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางความร่วมมือทางเศรษฐกิจ” ดร.เอกนิติกล่าว

ในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไทยเตรียมถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศผ่านแนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” หรือ “ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย เสริมพลังคน สร้างความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจ”

แนวคิดดังกล่าวมุ่งเน้นบทบาทของ “คน” ในฐานะหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมต่อยอดบทเรียนจากการพัฒนาประเทศตลอดกว่า 3 ทศวรรษ เพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ทั้งการมาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย จึงเป็นเวทีสำคัญที่ประเทศสมาชิกจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดแนวทางนโยบายเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

ธนาคารแห่งประเทศไทยยังเตรียมผลักดันแนวคิด Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing หรือการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน พร้อมจัดทำ “ต้นแบบเชิงปฏิบัติ” เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำไปปรับใช้ตามบริบทของตน

ขณะที่ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวชื่นชมการทำงานของรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย และคณะทำงานทุกฝ่ายที่ร่วมกันเตรียมการอย่างมืออาชีพ พร้อมย้ำว่าประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกครั้งนี้ ยังเน้นย้ำบทบาทสำคัญของภูมิภาคเอเชียในระบบเศรษฐกิจโลก โดยระบุว่า เอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ด้วยพลังแห่งพลวัต ความยืดหยุ่น และความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

“ไม่มีสถานที่ใดเหมาะสมไปกว่าประเทศไทยสำหรับการจัดการประชุมประจำปีครั้งนี้” นางคริสตาลินา กล่าว

การประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2569 จึงไม่เพียงเป็นเวทีหารือเศรษฐกิจระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การเงิน และการประชุมระดับนานาชาติของภูมิภาคเอเชียอีกครั้ง