DAD ลดค่าเช่าพื้นที่ศูนย์ราชการช่วยร้านค้าประคองธุรกิจ ไม่ผลักภาระถึงประชาชน

ดร.ธีธัช สุขสะอาด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) หรือ DAD Asset Development (DAD) เปิดเผยว่า DAD ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหารในพื้นที่เชิงพาณิชย์ของศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ทั้ง 3 อาคาร ได้แก่ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) และอาคาร C ด้วยการปรับลดค่าเช่าและค่าบริการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น

โดย DAD ได้ปรับอัตราการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ข้าราชการ บุคลากรที่ปฏิบัติงานภายในศูนย์ราชการฯ รวมถึงประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการอีกทางหนึ่ง

ดร.ธีธัช กล่าวว่า การปรับลดค่าเช่าครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง รวมถึงมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) ของหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อภายในศูนย์ราชการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

“DAD มองว่าการลดค่าเช่าจะช่วยบรรเทาภาระของผู้ประกอบการ ทำให้สามารถประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ พร้อมทั้งสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมตามหลัก ESG ด้วยการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เข้มแข็งและเติบโตไปด้วยกัน” ดร.ธีธัช กล่าว

สำหรับมาตรการลดค่าเช่าดังกล่าว ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดย DAD ใช้วิธีประกาศอัตราการลดค่าเช่าเป็นรายเดือน พิจารณาจากการฟื้นตัวของจำนวนบุคลากรที่กลับเข้ามาปฏิบัติงานตามปกติและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ซึ่งมีวงเงินช่วยเหลือรวมแล้วกว่า 5.2 ล้านบาท และครอบคลุมผู้เช่าพื้นที่กว่า 84-88% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในแต่ละเดือน

นอกจากนี้ DAD ยังเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจภายในศูนย์ราชการฯ ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจับจ่ายและพัฒนาพื้นที่รองรับการใช้บริการในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาพื้นที่ Co-Working Space การให้บริการห้องประชุม พื้นที่จัดกิจกรรมนันทนาการ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างครบวงจร และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการในระยะยาว

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการภาครัฐและเมืองอัจฉริยะที่เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG โดยให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญขององค์กร ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและรักษาระดับการจ้างงานไว้ได้ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง