
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถานการณ์การลงทุนจากต่างชาติในประเทศไทย ช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม–กรกฎาคม) พบว่า มีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 รวม 583 ราย คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 159,460 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
รูปแบบการลงทุนแบ่งเป็น
- การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 150 ราย
- การขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 433 ราย
5 ประเทศลงทุนสูงสุด
- ญี่ปุ่น 112 ราย คิดเป็น 19% ของธุรกิจต่างชาติ เงินลงทุน 69,817 ล้านบาท
- สหรัฐฯ 85 ราย (15%) เงินลงทุน 3,238 ล้านบาท
- สิงคโปร์ 74 ราย (13%) เงินลงทุน 22,872 ล้านบาท
- จีน 73 ราย (13%) เงินลงทุน 20,029 ล้านบาท
- ฮ่องกง 64 ราย (11%) เงินลงทุน 11,467 ล้านบาท
EEC ยังฮอต เงินสะพัดเกือบครึ่งของทั้งประเทศ
เฉพาะพื้นที่ EEC (Eastern Economic Corridor) มีนักลงทุนต่างชาติ 176 ราย เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 73,186 ล้านบาท หรือ 46% ของการลงทุนทั้งหมด โดยญี่ปุ่นยังคงครองแชมป์อันดับ 1 จำนวน 44 ราย เงินลงทุน 26,937 ล้านบาท ตามด้วยจีน 43 ราย (14,442 ล้านบาท), ฮ่องกง 18 ราย (5,264 ล้านบาท) และประเทศอื่น ๆ อีก 71 ราย รวม 26,543 ล้านบาท
นางสาวศศิกานต์ กล่าวว่า “การเข้ามาลงทุนของต่างชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ไม่เพียงช่วยสร้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยี แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเร่งพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก”