
สถานการณ์ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน กำลังบีบคั้นเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางอย่างหนัก จนหลายพื้นที่เผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำและระบายสินค้าไม่ทัน
พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 และผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่กำลังลุกลาม

ในหลายจังหวัดเริ่มเห็นภาพการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมที่จังหวัดราชบุรี หน่วยงานด้านเกษตรจับมือภาคเอกชน แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด ทั้งมะพร้าวน้ำหอม สับปะรด และมะม่วง ด้วยการประสานห้างค้าปลีกรับซื้อเพื่อพยุงราคาไม่ให้ทรุดหนัก
ขณะที่จังหวัดสระแก้ว ใช้กลไกตลาดนำร่อง เปิดพื้นที่ “ตลาดนัดคนไทยยิ้มได้” ให้เกษตรกรนำสินค้ามาจำหน่ายโดยตรง เพิ่มช่องทางรายได้และกระตุ้นกำลังซื้อในพื้นที่

ด้านจังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าจัดกิจกรรม “ตลาดตะฮัก หนองหญ้าปล้อง” ลดภาระค่าขนส่ง เปิดพื้นที่ขายตรงถึงผู้บริโภค พร้อมวางมาตรการช่วยเหลือทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ส่วนจังหวัดนครนายก ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดโครงการปลูกข้าวเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน และนำผลผลิตไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคม สร้างทั้งรายได้และคุณค่าทางจิตใจให้เกษตรกร

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เน้นการปรับตัวสู่เกษตรยั่งยืน ส่งเสริมการหมักฟางข้าวแทนการเผา ลดต้นทุนและมลพิษ พร้อมทั้งสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตในราคาสูงกว่าท้องตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจระยะยาว
นอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 1 ยังระดมกำลังหน่วยทหารในพื้นที่ อาทิ กองพลทหารราบที่ 9 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ รวมถึงมณฑลทหารบกที่ 16 และ 19 ลงพื้นที่รับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรในหลายจังหวัด เช่น กาญจนบุรี สระบุรี ราชบุรี และนครปฐม เพื่อนำไปใช้ภายในหน่วย ลดภาระต้นทุนของเกษตรกรทันที

แม่ทัพภาคที่ 1 ย้ำว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายที่ต้องการให้ “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน” โดยใช้การบูรณาการทุกภาคส่วนเข้ามาแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
ท่ามกลางวิกฤตที่ยังไม่คลี่คลาย ความหวังของเกษตรกรกำลังถูกประคองไว้ด้วยความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อให้สามารถระบายผลผลิตได้ต่อเนื่อง มีรายได้หล่อเลี้ยงครัวเรือน และฟื้นความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจฐานรากให้ยืนหยัดได้อีกครั้ง





