
อุตสาหกรรมอาหารไทยกำลังยืนอยู่บน “เส้นแบ่งสำคัญ” ระหว่างโอกาสครั้งใหญ่กับแรงกดดันจากกติกาโลกยุคใหม่ และในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ สถาบันอาหาร ประกาศเดินเกมรุกเต็มพิกัด เปิดตัว “NFI FoodNEXT Platform” เป็นกลไกหลักปี 2569 หวังพลิกโครงสร้างการพัฒนานวัตกรรมอาหารไทยทั้งระบบ
นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ระบุว่า ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา สถาบันทำงานเคียงข้างผู้ประกอบการทุกระดับ ตั้งแต่ SMEs รายเล็กจนถึงผู้ส่งออกรายใหญ่ และพบ “ความจริง” สำคัญว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดองค์ความรู้หรือเทคโนโลยี แต่คือการขาดระบบที่เชื่อมทุกองค์ประกอบให้ขับเคลื่อนไปพร้อมกันอย่างครบวงจร

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล
ความเข้าใจดังกล่าวจึงถูกยกระดับเป็น NFI FoodNEXT Platform แพลตฟอร์มนวัตกรรมอาหารที่ออกแบบให้ “เข้าถึงได้จริง ไม่ซับซ้อน และเห็นผลได้เร็ว” โดยปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน จากบทบาทหน่วยงานสนับสนุนเชิงเทคนิค สู่การทำหน้าที่เสมือน Integrated Food Innovation Incubator เชื่อมงานวิจัย มาตรฐาน กฎระเบียบ โรงงานต้นแบบ ตลาด และแหล่งทุน ให้ทำงานเป็นระบบเดียวกัน
เป้าหมายระยะยาว คือ การผลักดันประเทศสู่การเป็น National Food Innovation Platform และกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาหารไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 แกนหลัก ได้แก่ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง (High-Value Creation) การยกระดับความเชื่อมั่นตามมาตรฐานสากล (Global Trust & Compliance) และการผลักดันแบรนด์อาหารไทยสู่ระดับโลก (Thai Brand Excellence & Globalization)

หัวใจของ FoodNEXT คือการ “ปิดช่องว่าง” ระหว่างงานวิจัยกับการผลิตเชิงพาณิชย์ ผ่านระบบ One-Stop Food Innovation Ecosystem ที่เชื่อม 5 กลไกสำคัญ ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวางระบบมาตรฐานและกฎระเบียบ โรงงานผลิตนำร่อง การเข้าถึงตลาดในและต่างประเทศ ไปจนถึงการเชื่อมต่อแหล่งทุนและการลงทุน
ผลลัพธ์ที่คาดหวังไม่ใช่เพียงภาพฝัน แต่เป็นตัวเลขชัดเจน ผู้ประกอบการจะสามารถพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้น 30–40% และลดต้นทุน R&D ได้ 20–50% ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบเชิงแข่งขันสำคัญในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

แพลตฟอร์มดังกล่าวยังทำงานบนฐานความร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ Food Innopolis สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย TED Fund Thai Venture Capital Association และ SME Bank สะท้อนแนวร่วมครั้งใหญ่ในการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารไทยให้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
ในภาพรวมปี 2569 สถาบันอาหารประเมินว่า มูลค่าการส่งออกอาหารแปรรูปและเครื่องดื่มมีโอกาสแตะ 1.55 ล้านล้านบาท เติบโต 2.6% จากโอกาสในตลาดใหม่ เช่น ยุโรปตะวันออก กลุ่ม CIS เอเชียใต้ และแอฟริกา ทว่าเกมการแข่งขันไม่ง่าย เมื่อโลกเข้าสู่ยุค Green Compliance ที่มาตรฐานความยั่งยืนกลายเป็น “เงื่อนไขบังคับ” ทางการค้า

ขณะเดียวกัน ตลาดดาวรุ่งกำลังเปิดทาง ทั้ง Personalized & Precision Nutrition ที่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ ตลาด Silver Economy ในจีนและญี่ปุ่น และตลาด Halal Focus ในอาเซียนกับตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนต้องการสินค้าอาหารที่มีมาตรฐานสูง โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้
สถาบันอาหารจึงเน้นย้ำการวางระบบ Food Safety และ Traceability ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อถือในระดับสากล โดยมี FoodNEXT เป็นแกนกลาง เชื่อมทุกภาคส่วนสู่ 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ Speed to Market เร่งนวัตกรรมให้ทันดีมานด์โลก Cost Efficiency ลดต้นทุนด้วยเครือข่ายโรงงานต้นแบบและผู้เชี่ยวชาญ และ Trust & Reliability สร้างความน่าเชื่อถือผ่านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและระบบตรวจสอบย้อนกลับ

“ภารกิจในทศวรรษใหม่ของสถาบันอาหาร ไม่ใช่แค่ทำให้สินค้าไทย ‘ขายได้’ แต่ต้องทำให้ ‘ขายดี’ ด้วยมูลค่าและความน่าเชื่อถือที่เหนือกว่า เราพร้อมเป็น Next-Generation Food Accelerator ที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปปักหมุดในเวทีโลกอย่างแข็งแรงและยั่งยืน” ผู้อำนวยการสถาบันอาหารย้ำ
ในวันที่โลกเปลี่ยนกติกาอย่างรวดเร็ว เกมอาหารไทยจึงไม่อาจเดินด้วยความคุ้นชินเดิมอีกต่อไป และ FoodNEXT อาจเป็นหมากสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจอาหารไทยในทศวรรษหน้า

