
เงินสำรองกระทรวงการคลังพุ่งแตะ 9.67 แสนล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์กฎหมาย กบข.จึงส่งผลตอบแทนส่วนเกินคืนรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้ง
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กบข.บริหารเงินสำรองของกระทรวงการคลังจนมีมูลค่าประมาณ 967,000 ล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้สำรองไว้ในระดับ 3 เท่าของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการประจำปี 2569
กบข.จึงต้องนำส่งผลตอบแทนจากเงินสำรองส่วนที่เกินเกณฑ์ประมาณ 1,789 ล้านบาท กลับคืนเป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมาย โดยภายหลังการนำส่งเงินดังกล่าว ระดับเงินสำรองจะยังอยู่ในกรอบที่กำหนด และเพียงพอรองรับภาระการจ่ายบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือสถานการณ์ที่กระทบฐานะการคลังของประเทศ
ทั้งนี้ เงินที่ กบข.บริหารแบ่งเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจน ได้แก่ “เงินส่วนสมาชิก” และ “เงินสำรองของกระทรวงการคลัง” โดยแยกบัญชี การกำกับดูแล และนโยบายการลงทุนออกจากกันอย่างเด็ดขาด
เงินส่วนสมาชิกประกอบด้วยเงินสะสมที่หักจากเงินเดือน เงินสมทบ เงินประเดิม และเงินชดเชยจากรัฐ ซึ่ง กบข.นำไปบริหารและลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนและความมั่นคงหลังเกษียณ ขณะที่เงินสำรองเป็นงบประมาณที่รัฐจัดสรรให้ กบข.บริหาร เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญในยามวิกฤต
เลขาธิการ กบข. ย้ำว่า การส่งผลตอบแทนจากเงินสำรองคืนแผ่นดินครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่อเงินกองส่วนสมาชิกแม้แต่น้อย เงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งหมดยังคงเป็นสิทธิของสมาชิก และจะได้รับคืนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะออกจากราชการด้วยเหตุใดก็ตาม
กบข.ยืนยันว่าจะเดินหน้าบริหารเงินออมเพื่อการเกษียณของสมาชิกกว่า 1.2 ล้านคนอย่างโปร่งใส รอบคอบ และเป็นมืออาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณอย่างยั่งยืน พร้อมเชื่อว่าการนำส่งเงินคืนรัฐจะเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการที่กฎหมายกำหนดทุกประการ

