
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม บรรยากาศการซื้อขายในตลาดทุนไทยเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังดัชนีในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรง จนแตะระดับลดลง 117.52 จุด หรือคิดเป็น 8.01% จากราคาปิดวันทำการก่อนหน้า ส่งผลให้ตลาดต้องประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker ระดับ 1 สั่งหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราวในช่วงเวลา 12.18–12.30 น. รวม 12 นาที เพื่อชะลอความผันผวนและลดแรงตื่นตระหนกของนักลงทุน
การหยุดซื้อขายครั้งนี้ครอบคลุมทั้งตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ขณะที่ตราสารหรือสินค้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิงอื่นซึ่งไม่ใช่หุ้นสามัญใน SET ยังคงเปิดซื้อขายได้ตามปกติ
ภายหลังครบกำหนดเวลาหยุดพัก ตลาดได้กลับมาเปิดซื้อขายอีกครั้งในภาคบ่ายตามเวลาปกติ อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขอความร่วมมือจากสมาชิกให้ระงับการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบอัตโนมัติ หรือ Program Trading เป็นการชั่วคราว นับตั้งแต่ช่วงกลับมาเปิดซื้อขาย (Resume Trading) จนถึงปิดตลาดในวันเดียวกัน เพื่อควบคุมแรงเหวี่ยงของราคาและรักษาเสถียรภาพการซื้อขาย
นอกจากนี้ ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ประกาศหยุดการซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่อิงกับดัชนีและหุ้นรายตัวเป็นการชั่วคราวเช่นกัน ทั้ง Index Futures, Index Options และ Single Stock Futures ตั้งแต่เวลา 12.18 น. เป็นต้นไป สอดคล้องกับการหยุดซื้อขายในตลาดหุ้นหลัก หลังดัชนี SET Index ร่วงแตะเกณฑ์ Circuit Breaker
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาวะผันผวนที่รุนแรงผิดปกติในช่วงครึ่งวันแรกของการซื้อขาย และนับเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของตลาดทุนไทย ท่ามกลางแรงกดดันและความไม่แน่นอนที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องในระยะนี้
