พุ่งแรงสุดประวัติการณ์! ส่งออกไทยโต 18.7% ฝ่าปัจจัยเสี่ยงโลกจับตาวิกฤตฮอร์มุซ

การส่งออกไทยยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ล่าสุดทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคม 2569 ด้วยมูลค่า 35,157.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.08 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 18.7 นับเป็นการเติบโตต่อเนื่องยาวนานถึง 21 เดือน ท่ามกลางแรงหนุนจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและอาหารในตลาดโลก

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หากตัดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออก การส่งออกไทยจะยิ่งขยายตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 19.3 สะท้อน “ศักยภาพแท้จริง” ของสินค้าไทยที่ยังแข่งขันได้ในเวทีโลก

แรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีที่เติบโตตามกระแส AI และ Data Center ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบที่พุ่งถึงร้อยละ 34.2 รวมถึงโทรศัพท์และอุปกรณ์ที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 166.6 ขณะที่อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ก็ขยายตัวแรงถึงร้อยละ 86.4

นอกจากนี้ สินค้าเกษตรและอาหารยังคงเป็น “พระเอกเงียบ” ที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป น้ำตาล และสมุนไพร ที่ยังคงได้รับความนิยมในหลายตลาดทั่วโลก

ในด้านตลาดส่งออก ประเทศคู่ค้าหลักยังคงเติบโตแข็งแกร่ง สหรัฐฯ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 41.9 สหภาพยุโรป ร้อยละ 21.9 ญี่ปุ่น ร้อยละ 9.1 และอาเซียน 5 ประเทศ ร้อยละ 25.0 ขณะที่ตลาดใหม่อย่างเอเชียใต้เติบโตแบบก้าวกระโดดถึงร้อยละ 123.3 และออสเตรเลียเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.2

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขส่งออกจะสวยงาม แต่ภาพรวมเศรษฐกิจการค้ายังมี “รอยร้าว” ให้ต้องจับตา โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกมูลค่า 96,169.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.6 แต่การนำเข้าพุ่งแรงกว่าที่ร้อยละ 32.4 ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลถึง 9,476.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกยังคงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่เริ่มกระทบเส้นทางขนส่งสินค้า ส่งผลให้ตลาดตะวันออกกลางชะลอตัวลง ขณะเดียวกัน ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และมาตรการทางการค้าใหม่ของสหรัฐฯ ก็ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่รัฐบาลต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รองโฆษกรัฐบาลย้ำว่า ตัวเลขส่งออกที่ทำสถิติสูงสุดครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกของเศรษฐกิจไทย พร้อมเดินหน้ารักษาโมเมนตัม ผ่านการเปิดตลาดใหม่ สนับสนุนสินค้าที่มีศักยภาพ และติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การค้าไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

“นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยงาม แต่คือสัญญาณว่าไทยยังมีที่ยืนในตลาดโลก ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจที่ยังไม่จบ” นางสาวลลิดา กล่าว