‘ธ.ก.ส.-กรมส่งเสริมการเกษตร’ จับมือเชื่อมข้อมูลครั้งใหญ่ ลุยลดต้นทุนสู้วิกฤตโลก

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาภาคการเกษตร และข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล ระหว่าง ธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับภาคเกษตรไทย ภายใต้แนวคิด “ธนาคารภาคการเงินชนบทที่ทันสมัย” โดย ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรลูกค้ากว่า 4.3 ล้านคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของธนาคารในทุกพื้นที่

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานจะครอบคลุมการบูรณาการฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลภัยพิบัติ และข้อมูลประกันภัยพืชผล เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบสิทธิ์และเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือและโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ และทายาทเกษตรกร ให้มีทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สามารถต่อยอดการทำธุรกิจเกษตรยุคใหม่ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทย ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม

ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ระบุว่า การลงนามครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการบูรณาการข้อมูลภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร สามารถเข้าถึงการสนับสนุนจากภาครัฐได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และทันสมัยมากขึ้น

พร้อมย้ำว่า การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านงานวิจัยและเทคโนโลยีดิจิทัล จะช่วยต่อยอดศักยภาพเกษตรกรไทย และสร้างความมั่นคงให้ภาคการเกษตรของประเทศในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามเชิงสัญลักษณ์ แต่ถือเป็น “จิ๊กซอว์สำคัญ” ในการยกระดับเกษตรไทยสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อให้ภาคการเกษตรไทยสามารถปรับตัว รับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจ และแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างมั่นคงในอนาคต