
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 (เดือนมกราคม-มิถุนายน) ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 123,149 ล้านบาท ครอบคลุมลูกค้า 114,184 บัญชี เพิ่มขึ้น 14.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คิดเป็น 49.90% ของเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปีที่กำหนดไว้ 246,795 ล้านบาท
ในจำนวนดังกล่าว เป็นสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ถึง 58,685 ราย เพิ่มขึ้น 7.39% สะท้อนบทบาทของ ธอส. ในการสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างทั่วถึง แม้เศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว

ด้านคุณภาพสินเชื่อ ธอส.ยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดี โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 106,923.72 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.54% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง มีสินเชื่อคงค้างรวม 1.93 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.14% จากสิ้นปี 2568 สินทรัพย์รวมแตะ 2.09 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.41% เงินฝากรวม 1.85 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.10%
นอกจากนี้ ธอส.ยังตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้สูงถึง 161,193.05 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 150.76% ของหนี้เสีย สะท้อนความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงในอนาคต ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 15.47% สูงกว่าระดับขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 8.50%

ดร.มหัทธนะ กล่าวว่า แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ ธอส.ยังคงทำหน้าที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐในการพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการลงทุน การจ้างงาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องจำนวนมาก พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางสามารถมีบ้านเป็นของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิต
ขณะเดียวกัน ธอส.ยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถประนอมหนี้และช่วยให้ลูกค้ากลับมามีสถานะปกติ รวมถึงรักษาที่อยู่อาศัยไว้ได้แล้วกว่า 1,014,357 บัญชี หรือคิดเป็น 80.68% ของลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการทั้งหมด
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธอส.เตรียมยกระดับการให้บริการภายใต้แนวคิด “Beyond Housing Bank มากกว่าการปล่อยกู้ ธอส.คือเพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน” โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และฐานข้อมูลด้านที่อยู่อาศัยของธนาคารและศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงความต้องการ

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือ การผลักดันสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Green Loan) สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 และสินเชื่อ Solar Roof ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกสามารถปล่อยสินเชื่อกลุ่มนี้แล้วกว่า 8,535.10 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40.65% ของเป้าหมายทั้งปี
อีกด้านหนึ่ง ธอส.จะปรับแนวทางการปล่อยสินเชื่อจากรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน (One Size Fits All) สู่การวิเคราะห์ลูกค้าแบบ Hyper-Personalization โดยใช้ข้อมูลและ AI เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย ทุกช่วงวัย และทุกอาชีพ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระและกลุ่มที่เคยเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ พร้อมนำระบบ Credit Scoring, AI Credit Assessment และ Alternative Data มาใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ ช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติสินเชื่อ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและป้องกันการเกิดหนี้เสียในอนาคต

นอกจากนี้ ธอส.ยังเดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร (Housing Ecosystem Center) พร้อมยกระดับความปลอดภัยทางการเงิน ด้วยระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติแบบ Near Real Time และพัฒนาระบบ Fraud Detection System ระยะที่ 2 ซึ่งนำเทคโนโลยี Machine Learning มาช่วยวิเคราะห์และตรวจจับพฤติกรรมธุรกรรมที่มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินของลูกค้าให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ธอส.มั่นใจว่าการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย 5T ของกระทรวงการคลัง จะช่วยผลักดันการปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2569 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย 246,795 ล้านบาท พร้อมเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สนับสนุนการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์ และสร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้านได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
