ปลุกพลังผ้าไทย! พช.เปิดเวทีภาคเหนือ ดันช่างทอสร้างอาชีพ-ต่อยอดแฟชั่นโลก

เชียงใหม่คึกคัก! ช่างทอ-ช่างหัตถกรรมทั่วภาคเหนือร่วมประชันฝีมือ “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” หวังต่อยอดผ้าไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมยูนิมมาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” พร้อมงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 รอบภาคเหนือ ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมาย

ภายในงานมีนางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นางวิยะดา นราดิศร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตลอดจนผู้บริหาร พัฒนาการจังหวัด ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

นายสยาม กล่าวว่า การประกวดครั้งนี้ถือเป็นรอบที่ 3 ของปี 2569 และเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันเกิดจากพระกรุณาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงพระราชทานแนวทางพัฒนาผ้าไทยและงานหัตถกรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความยั่งยืน ตั้งแต่การพัฒนาช่างทอ การโค้ชชิ่งผลงาน ไปจนถึงการต่อยอดผู้ประกอบการและดีไซเนอร์รุ่นใหม่

ผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภทจะมีโอกาสเข้ารับพระราชทานรางวัลที่กรุงเทพมหานครในช่วงปลายปี ขณะที่แนวทางของโครงการยังมุ่งส่งต่อองค์ความรู้และภูมิปัญญาจากคนรุ่นเก่าสู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้ผ้าไทยไม่หยุดอยู่เพียงงานอนุรักษ์ แต่สามารถก้าวสู่ตลาดร่วมสมัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายสยาม ระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ได้ช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชนจำนวนมาก พร้อมผลักดันอัตลักษณ์งานหัตถศิลป์ไทยให้สามารถต่อยอดได้หลากหลาย ทั้งชุดไทยพระราชนิยม แฟชั่น เครื่องแต่งกาย เฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ประเภทต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญยังอยู่ที่ “การประกวดลายผ้าพระราชทาน” ซึ่งทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องลงพื้นที่ทำงานร่วมกับช่างทอและชุมชน เพื่อพัฒนาลวดลาย ยกระดับคุณภาพ และกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันควบคู่กับการส่งเสริมการใช้ผ้าไทยในวงกว้าง

“ขอให้การประกวดครั้งนี้เป็นอีกแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมไทย ให้กลายเป็นงานฝีมือสร้างสรรค์ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้กับประชาชน” นายสยาม กล่าว

สำหรับการประกวดรอบภาคเหนือ มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 1,773 ชิ้น จากจำนวนผลงานทั่วประเทศ 10,948 ชิ้นงาน แบ่งเป็นผ้า 1,653 ผืน และงานหัตถกรรม 120 ชิ้น ก่อนคัดเลือกผ่านเข้าสู่รอบระดับภาคเหนือจำนวน 849 ชิ้นงาน แบ่งเป็นผ้า 759 ผืน และงานหัตถกรรม 90 ชิ้น

การตัดสินได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านผ้าไทย แฟชั่น และงานหัตถกรรมหลายสาขา อาทิ นายมีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) ปี 2564 นายพจน์ หาญพล เลขาธิการสมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทยและหัตถกรรม ดร.ศรินดา จามรมาน ดร.กรกลด คำสุข ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน นาย นุวัฒน์ พรมจันทึก และนายศิริชัย ทหรานนท์ เจ้าของแบรนด์ THEATRE ร่วมเฟ้นหาสุดยอดผลงานเพื่อก้าวสู่เวทีตัดสินระดับประเทศต่อไป