ปั้นระนองฮับการค้าระดับภูมิภาคเปิดประตูสู่มหาสมุทรอินเดียยอดขนส่งโตแรงทะลุ 55%

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงาน ณ ท่าเรือระนอง จังหวัดระนอง โดยมี นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ท่าเรือระนองถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาเป็น “ประตูการค้าฝั่งอันดามัน” รองรับการเชื่อมโยงระบบขนส่งสินค้าของไทยสู่กลุ่มประเทศ BIMSTEC เอเชียใต้ และเส้นทางการค้าหลักในมหาสมุทรอินเดีย ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

“ท่าเรือระนองมีศักยภาพสูงทั้งด้านการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวทางน้ำ จึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับขีดความสามารถ รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมทุกมิติ เพื่อให้ระบบขนส่งของประเทศมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้า” นายสรรเพชญ กล่าว

ด้านว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล เปิดเผยว่า จุดแข็งสำคัญของท่าเรือระนองคือทำเลที่ตั้งบนฝั่งทะเลอันดามัน สามารถเชื่อมโยงการขนส่งจากอ่าวไทย ภาคใต้ตอนบน และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ไปยังเส้นทางเดินเรือในมหาสมุทรอินเดียได้โดยตรง

กทท.จึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการ และความร่วมมือกับท่าเรือคู่ค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ท่าเรือระนองเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ลดระยะทางขนส่ง เพิ่มความคล่องตัวทางการค้า และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทย

ปัจจุบันท่าเรือระนองมีท่าเทียบเรือหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ความยาว 134 เมตร รองรับเรือสินค้าไม่เกิน 500 ตันกรอส และท่าเทียบเรือตู้สินค้า ความยาว 150 เมตร รองรับเรือสินค้าได้ถึง 8,000 ตันกรอส หรือไม่เกิน 12,000 เดดเวทตัน พร้อมร่องน้ำเดินเรือลึก 8 เมตร กว้าง 120 เมตร ระยะทาง 28 กิโลเมตร

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพักสินค้า ลานวางตู้สินค้า พื้นที่จอดรถบรรทุก ศูนย์บริการโลจิสติกส์ รวมถึงเครื่องมือทุ่นแรงที่ทันสมัย อาทิ รถเครนเคลื่อนที่ รถหัวลาก รถยก และจุดบริการตู้ควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท

สำหรับ ผลการดำเนินงานในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเมษายน 2569 พบว่าท่าเรือระนองมีการเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ทีอียู หรือเพิ่มขึ้น 55.56% ปริมาณสินค้าผ่านท่าเพิ่มเป็น 106,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 7.07% และจำนวนเรือเข้าเทียบท่าเพิ่มเป็น 217 เที่ยว หรือเพิ่มขึ้น 38.22%

ขณะเดียวกัน กทท.ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือกับท่าเรือพันธมิตรในบังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดเส้นทางการค้าใหม่ เพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดฝั่งอันดามันและมหาสมุทรอินเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ กทท.เตรียมเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพเครื่องมือทุ่นแรง รวมถึงยกระดับมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้ท่าเรือระนองก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์สำคัญของประเทศไทยบนฝั่งทะเลอันดามันอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้