ปิดตำนานยางค้างสต๊อก 14 ปี กยท.ลุยระบาย 1.8 หมื่นตัน มูลค่า 818 ล้าน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 นายญาณกิตต์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกยางพาราที่เก็บรักษาอยู่ในโกดังทองสิน ตำบลบ้านพรุ และโกดังตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาดครั้งสำคัญ ซึ่งถูกจับตาว่าเป็นการปิดฉากปัญหายางค้างสต๊อกที่ยืดเยื้อมานานกว่า 14 ปี

ยางพาราดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมูลภัณฑ์กันชนเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำในปี 2555 ที่ภาครัฐรับซื้อเพื่อพยุงราคาตลาด ก่อนมีการขายให้กับบริษัทจีนรายหนึ่ง แต่ภายหลังเกิดปัญหาผิดสัญญาจนต้องดำเนินคดีในชั้นศาล กระทั่งล่าสุดศาลมีคำพิพากษาให้ กยท.นำยางทั้งหมดออกจำหน่ายภายใน 15 วัน

การระบายสต๊อกครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของ กยท. เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่ราคายางพาราอยู่ในระดับดี จากปัจจัยผลผลิตลดลง ทั้งการเปิดกรีดที่ไม่เต็มกำลัง ผลกระทบจากภาวะเอลนีโญ และปัญหาโรคเปลือกแห้งในสวนยาง ส่งผลให้ปริมาณยางออกสู่ตลาดลดลงอย่างต่อเนื่อง

กยท.เตรียมเปิดขายทอดตลาดยางพารารวม 18,481.39 ตัน มูลค่าราคาเริ่มต้นกว่า 818 ล้านบาท เพื่อนำรายได้ที่ได้รับไปชำระหนี้เงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กว่า 800 ล้านบาท รวมถึงชำระค่าเช่าโกดังเอกชนที่ค้างสะสมมาตั้งแต่ปี 2555

สำหรับ การประมูลครั้งนี้ กยท.เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส โดยกำหนดราคากลางจากปริมาณยาง สภาพการจัดเก็บ และคุณภาพยางที่ตรวจสอบได้จริงในคลังสินค้า เพื่อให้สะท้อนมูลค่าทรัพย์สินตามข้อเท็จจริงและเป็นธรรมกับผู้เข้าร่วมประมูลทุกฝ่าย

ยางทั้งหมดจะถูกจำหน่ายในรูปแบบ “As Is Where Is” หรือขายตามสภาพจริง ณ สถานที่จัดเก็บ ผู้เข้าร่วมประมูลต้องตรวจสอบคุณภาพสินค้าด้วยตนเองก่อนเสนอราคา และยอมรับสภาพสินค้าตามที่ปรากฏ โดยไม่สามารถเรียกร้องแก้ไขหรือชดเชยภายหลังได้

อีกหนึ่งจุดเด่นของการประมูลครั้งนี้ คือการแบ่งยางออกเป็นหลายล็อต แทนการขายแบบล็อตใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกขนาดเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ลดการผูกขาดของผู้ซื้อรายใหญ่ และเพิ่มโอกาสให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่สะท้อนกลไกตลาดมากที่สุด

ยางที่นำออกประมูลแบ่งเป็น 4 ล็อต ประกอบด้วย โกดังทุ่งสงสวัสดิ์ จังหวัดสงขลา ปริมาณ 7,254.82 ตัน ราคาเริ่มต้น 362.20 ล้านบาท, โกดังวันชัยสตาร์ 1 จังหวัดสงขลา ปริมาณ 6,626.60 ตัน ราคาเริ่มต้น 321.13 ล้านบาท, โกดังวันชัยสตาร์ 5 จังหวัดสงขลา ปริมาณ 2,637.53 ตัน ราคาเริ่มต้น 125.06 ล้านบาท และโกดังซี แอนด์ ที โมดูลาร์ จังหวัดชลบุรี ปริมาณ 1,962.44 ตัน ราคาเริ่มต้น 98.53 ล้านบาท

เมื่อคำนวณราคาเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ในช่วง 48.33-50.54 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนความแตกต่างของคุณภาพยาง สภาพการเก็บรักษา และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของแต่ละคลังสินค้า ทำให้สภาพยางจริงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการแข่งขันในการประมูลครั้งนี้

ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลต้องวางหลักประกันจำนวน 3 ล้านบาท โดย กยท.เปิดให้เข้าตรวจสอบสภาพยางระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ก่อนยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานใหญ่ กยท. กรุงเทพมหานคร ซึ่งการเสนอราคาจะต้องสูงกว่าราคาเริ่มต้น และเพิ่มขึ้นครั้งละไม่น้อยกว่า 200,000 บาท

การระบายสต๊อกยางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการขายสินทรัพย์คงคลังเท่านั้น แต่ยังเป็นการปิดฉากปัญหาที่สะสมมานานกว่าทศวรรษ ปลดภาระหนี้สินจำนวนมหาศาล และส่งสัญญาณสำคัญต่อทิศทางตลาดยางพาราไทยในอนาคต ว่ากลไกการแข่งขันที่เปิดเผยและโปร่งใส จะสามารถสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของยางไทยได้มากเพียงใด

ข่าว/ภาพ : นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดสงขลา