รัฐทุ่มคูปอง 5 แสนใบดันปุ๋ยธงเขียวกู้วิกฤตเกษตรกร-เอสเอ็มอีหลังต้นทุนถาโถมหนักสุดในรอบปี

รัฐบาลเปิดเกมรุกเต็มพิกัด สกัดวิกฤตค่าครองชีพและต้นทุนเกษตรที่กำลังบีบรัดประชาชน โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก ได้เห็นชอบชุดมาตรการเร่งด่วนขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั้งการลดราคาสินค้า การพยุงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการแก้ปัญหาปุ๋ยแพงที่กำลังผันผวนจากปัจจัยโลก

เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมครม.นัดพิเศษ ว่า มาตรการลดค่าครองชีพระยะสั้นได้เริ่มเดินหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยจับมือผู้ประกอบการกว่า 300 รายทั่วประเทศ นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 58% กระจายครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด เพื่อบรรเทาภาระประชาชนอย่างเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ครม.ได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยเน้น “เอสเอ็มอี” เป็นหัวใจสำคัญ ตั้งเป้าดึงผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการเริ่มต้น 2,000 ราย และขยายให้ถึง 10,000 รายภายในปีนี้ พร้อมผนึกกำลัง 4 แพลตฟอร์มใหญ่ เปิดทางขายสินค้าโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียม และรัฐบาลรับภาระค่าส่งทั้งหมด เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังมีการแจกคูปองส่วนลดกว่า 500,000 ใบ ใบละ 100 บาท เพื่อเร่งการจับจ่ายในระบบ พร้อมขยายโครงการ “ธงฟ้า” ลงลึกถึงพื้นที่ห่างไกล ผ่านจุดจำหน่ายกว่า 500 จุด และรถพุ่มพวงที่เตรียมเพิ่มจาก 2,000 คัน เป็น 5,000 คัน เพื่อให้สินค้าราคาประหยัดเข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่

ในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ส่งมอบชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนราคาพิเศษให้โรงเรียนกว่า 1,000 แห่ง ลดภาระผู้ปกครองในช่วงค่าใช้จ่ายพุ่งสูง

ด้านภาคเกษตร ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากราคาปุ๋ยโลก รัฐบาลเดินหน้า “โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง” โดยบูรณาการหลายหน่วยงาน สนับสนุนทั้งข้อมูลดิน การใช้ปุ๋ยที่เหมาะสม และการช่วยดอกเบี้ยผ่าน ธ.ก.ส.

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่ “ปุ๋ยยูเรีย” ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้า และกำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือบรรทุกปุ๋ยอย่างน้อย 5 ล่าช้า รัฐบาลจึงเร่งหาทางนำเข้าจากแหล่งใหม่ เช่น มาเลเซียและบรูไน เพื่อประคองสต็อกในประเทศ

พร้อมกันนี้ ครม.ยังอนุมัติโครงการ “ปุ๋ยธงเขียว” เพิ่มส่วนลดเป็น 300 บาทต่อกระสอบ สำหรับ 5 กระสอบแรก และลดค่าสารเคมีเกษตรอีก 50 บาท ทำให้เกษตรกรได้รับสิทธิช่วยเหลือเบื้องต้น 1,550 บาท และอาจเพิ่มเป็นสูงสุด 2,100 บาทต่อครัวเรือน หากเข้าเงื่อนไขครบ

แม้รัฐบาลยังไม่อนุญาตให้ปรับขึ้นราคาปุ๋ย แต่ยอมรับว่าผู้ประกอบการกำลังแบกรับต้นทุนที่พุ่งสูง ทั้งค่าระวางเรือ ค่าประกัน และวัตถุดิบ จึงต้องเร่งออกมาตรการล่วงหน้าเพื่อสกัดผลกระทบ

ขณะเดียวกัน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจร้านค้าปุ๋ยทั่วประเทศกว่า 1,000 แห่ง พบผู้กระทำผิดแล้ว 48 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี พร้อมย้ำเตือนประชาชน หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถแจ้งสายด่วน 1569 ได้ทันที

สถานการณ์ครั้งนี้สะท้อนชัดว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งในและนอกประเทศ และการตัดสินใจเชิงรุกของรัฐบาลในช่วงเวลานี้ อาจเป็นตัวชี้ชะตาว่าประชาชนและเกษตรกรจะ “อยู่รอด” หรือ “จมวิกฤต” ไปพร้อมกัน