
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา บ้านเปิ่งเคลิ่ง ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก พื้นที่ปลูกหมากรายใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัด ซึ่งเคยสร้างรายได้หมุนเวียนในหมู่บ้านปีละกว่า 100 ล้านบาท จากการส่งออกหมากสดไปต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน
แต่ตลอดปีที่ผ่านมา ภาพความคึกคักกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบเหงา หลังประเทศจีนลดปริมาณการรับซื้อหมากสดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตที่เคยตัดขายได้ทันที ต้องปล่อยให้สุกแดงคาต้น ก่อนเก็บลงมาตากแห้งในช่วงฤดูแล้ง เพื่อหวังพยุงราคาและระบายผลผลิต
อย่างไรก็ตาม ความหวังดังกล่าวกลับไม่เป็นไปตามคาด ราคาหมากตากแห้งร่วงลงอย่างหนัก หมากแดงรับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 40 บาท ส่วนหมากขาวอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน และถือว่าตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี

หมากชายแดนสะดุด เศรษฐกิจชุมชนสั่นคลอน
นายวัชรพล อาญาอรพิน หรือ “เปาะ” เกษตรกรหมู่ 9 บ้านเปิ่งเคลิ่ง ผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพะเยา คณะศิลปศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ เปิดเผยว่า ครอบครัวปลูกหมากมากว่า 10 ปี บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ปีนี้ต้องกลับมาช่วยแม่เก็บหมากตากแห้ง เนื่องจากไม่สามารถขายหมากสดได้เหมือนเดิม
“ค่าจ้างเก็บ 100 ลูก 6 บาท ค่าปลอกเปลือก 100 ลูก 5 บาท ยังต้องตากแดดประมาณ 1 เดือนกว่าจะขายได้ แต่ช่วงนี้ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อเลย”
เขายอมรับว่า เมื่อนำค่าแรงเก็บ ค่าแรงปลอก ค่าตาก ค่าคัดแยก และค่าขนส่งมารวมกัน ต้นทุนแทบจะเท่ากับราคาขาย เหลือกำไรเพียงเล็กน้อย หรือบางครั้งแทบไม่เหลือเลย

พ่อค้าหาย สต็อกล้นหมู่บ้าน
นายหน้ารับซื้อหมากในพื้นที่รายหนึ่งระบุว่า ภาวะการส่งออกที่ชะลอตัว ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่กล้าเสี่ยงเข้ามารับซื้อถึงหมู่บ้านเหมือนที่ผ่านมา ส่งผลให้หมากตากแห้งจำนวนมากค้างสต็อกในครัวเรือน หลายครอบครัวจำเป็นต้องชะลอการขาย เพราะยิ่งเร่งขายในช่วงราคาตกต่ำ ยิ่งขาดทุนหนัก
สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงกระทบรายได้เกษตรกรโดยตรง แต่ยังส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในหมู่บ้าน ร้านค้า แรงงานรับจ้าง และธุรกิจขนส่ง ต่างได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เสียงสะท้อนถึงรัฐ
ชาวบ้านสะท้อนตรงกันว่า ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการประสานหาตลาดส่งออกใหม่ การดึงพ่อค้ากลับเข้าพื้นที่ การสนับสนุนช่องทางจำหน่ายโดยตรงระหว่างเกษตรกรกับผู้ซื้อ รวมถึงมาตรการพยุงราคาในระยะสั้น เพราะหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนชายแดนอย่างรุนแรง
วันนี้ บ้านเปิ่งเคลิ่ง จากหมู่บ้านหมากมูลค่ากว่าร้อยล้านบาทต่อปี กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญ เสียงของชาวสวนไม่ได้เรียกร้องเพียงราคาที่สูงขึ้น แต่ต้องการ “โอกาส” และ “ตลาด” เพื่อให้ผลผลิตที่ลงแรงปลูกทั้งปี มีคุณค่าและคุ้มทุน ก่อนปัญหาปากท้องจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับชุมชน
ข่าว/ภาพ : อัศวิน พินิจวงษ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตาก

