‘อนุทิน’ ปลุก SME ไทยสู้เปิดทางทุน-เทคโนโลยี-ตลาดดันโตระดับโลกพร้อมมอบ 15 รางวัล

โลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องเปลี่ยน! “นายกฯ อนุทิน” เตือน SME อย่าหยุดนิ่ง ชี้ธุรกิจเก่าอาจลดบทบาท แต่โอกาสใหม่กำลังเปิดกว้าง ย้ำรัฐบาลพร้อมหนุนเต็มกำลัง เป็น “ลมใต้ปีก” ช่วยผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี และตลาด ก่อนมอบ 15 รางวัลเชิดชูสุดยอด SME ไทย

เมื่อเวลา 19.50 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “สุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18” และรางวัล “SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4” ประจำปี 2569 ท่ามกลางคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผู้ประกอบการ SME และตัวแทนภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน

ก่อนเข้าสู่พิธี ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงบทบาทของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ว่า ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะท่ามกลาง “เศรษฐกิจยุคใหม่” ที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้กระแสความเปลี่ยนแปลงจะทำให้ธุรกิจบางประเภทต้องเร่งปรับตัว หรือบางธุรกิจอาจทยอยลดบทบาทลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลับเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่สำหรับผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสและพร้อมปรับตัว

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า วันนี้ “ความสามารถในการปรับตัว” ไม่ใช่เพียงทางเลือกของผู้ประกอบการอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้ชะตาทั้งการอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจรัฐบาลจึงตระหนักว่า SME ไทยจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มผลิตภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม การเปิดประตูให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาดที่กว้างขึ้น ตลอดจนการเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่า หรือ Value Chain และห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

นายกรัฐมนตรีย้ำอีกว่า ภารกิจยกระดับ SME ไม่สามารถผลักดันได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตร เพื่อร่วมกันสร้างระบบสนับสนุนที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางการตลาดได้อย่างทั่วถึงสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันให้ SME ไทยแข็งแกร่ง สามารถยืนหยัดท่ามกลางการแข่งขัน และเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงโครงการ SME National Awards และการขยายผลสู่ SME Provincial Champion Awards หรือรางวัลสุดยอด SME จังหวัด ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ว่า มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพราะเป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมอบรางวัลให้แก่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น

แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการ ค้นหาและส่งเสริมธุรกิจที่มีศักยภาพ ตลอดจนสร้างผู้ประกอบการต้นแบบ ซึ่งสามารถนำความสำเร็จและองค์ความรู้ไปถ่ายทอด รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรายอื่นทั่วประเทศ

นายอนุทินยังกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลทุกคน พร้อมชื่นชมถึงความมุ่งมั่น ความพยายาม และความสามารถในการนำพาองค์กรฝ่าความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันจนสามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยระบุว่า ความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขผลประกอบการหรือการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพในการบริหารองค์กร ความรับผิดชอบต่อสังคม และศักยภาพในการก้าวขึ้นเป็นต้นแบบให้กับผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังแสดงความหวังว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลจะนำความสำเร็จในวันนี้ไปต่อยอดสู่การเติบโตในระดับที่สูงขึ้น รวมถึงแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อช่วยกันสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจของไทยให้มีความเข้มแข็ง และผลักดัน SME ไทยให้สามารถเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี ยังขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศจุดยืนของรัฐบาลว่าจะเดินหน้าเคียงข้างผู้ประกอบการไทย และทำหน้าที่เป็น “ลมใต้ปีก” ช่วยหนุน SME ให้สามารถทะยานฝ่าความท้าทายทางเศรษฐกิจรัฐบาลจะเดินหน้าลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยี องค์ความรู้ และโอกาสทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโต สร้างการจ้างงาน สร้างรายได้ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

สำหรับการมอบรางวัลครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 และรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ให้แก่ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและผลงานโดดเด่น รวมทั้งสิ้น 15 รางวัล ประกอบด้วย

  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติยอดเยี่ยม ครั้งที่ 18 (The Best of the Best SME Thailand Award) จำนวน 1 รางวัล
  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 ระดับภาคธุรกิจ จำนวน 3 รางวัล
  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ 3 ปีซ้อน จำนวน 5 รางวัล
  • รางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ 5 ปีซ้อน (Hall of Fame) จำนวน 2 รางวัล
  • รางวัลสุดยอดธุรกิจ 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้ SME Provincial Champion Awards จำนวน 4 รางวัล

รวม 15 รางวัล เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการที่สามารถพิสูจน์ศักยภาพและความแข็งแกร่งของธุรกิจ ท่ามกลางโลกเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลง พร้อมก้าวขึ้นเป็นต้นแบบให้กับ SME ไทยในการเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน