
ออมสินเปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี ผ่อนสูงสุด 7 ปี ไม่ใช้หลักประกัน รับนโยบายรัฐช่วยค่าติดตั้งครัวเรือนละ 50,000 บาท พร้อมแนะคำนวณความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารขานรับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่เห็นชอบโครงการ Solar ภาคประชาชน โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 50,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงินสนับสนุนรวม 50,000 ล้านบาท
ธนาคารจึงจัดทำโครงการ “สินเชื่อ Solar ภาคประชาชน” อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.50% ต่อปี ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และมีโอกาสสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินตามหลักเกณฑ์โครงการ ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
สินเชื่อดังกล่าวครอบคลุมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง ทั้งการติดตั้งใหม่และติดตั้งเพิ่มเติม ประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า หรืออินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ หากมี โดยวงเงินกู้รวมกับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลต้องไม่เกินค่าใช้จ่ายในการติดตั้งจริง
สำหรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 50,000 บาท จะโอนเข้าธนาคารเพื่อนำไปลดยอดหนี้ ตัวอย่างเช่น ค่าติดตั้ง 140,000 บาท เมื่อหักเงินสนับสนุนแล้ว จะเหลือเงินต้นที่ต้องผ่อนชำระ 90,000 บาท ส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกิน ธนาคารจะนำมาชำระหนี้ก่อนตามเงื่อนไขโครงการ
ผู้สนใจต้องลงทะเบียนและผ่านการตรวจสอบสิทธิจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก่อนเลือกผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า จากนั้นเตรียมหลักฐานการได้รับสิทธิ ใบเสนอราคา ประวัติการชำระค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 6 เดือน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารออมสิน
คุณสมบัติสำคัญของผู้กู้ ต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีถิ่นที่อยู่แน่นอน และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าประเภทที่ 1 สำหรับบ้านอยู่อาศัย เมื่อสินเชื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารจะจ่ายเงินให้ผู้ติดตั้งโดยตรงตามงวดงาน
อย่างไรก็ตาม ธนาคารแนะนำให้ประชาชนประเมินความคุ้มค่าจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริง เปรียบเทียบกับค่าติดตั้งและภาระผ่อนชำระก่อนตัดสินใจ เพื่อให้การลงทุนเหมาะสมกับการใช้พลังงานและความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละครัวเรือน
อีกเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาคือ ผู้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จากการติดตั้งโซลาร์ หรือสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงควรตรวจสอบผลต่อสิทธิประโยชน์ของตนให้ชัดเจนก่อนสมัคร
ผู้ได้รับสิทธิจากภาครัฐสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2570 โดยธนาคารจะพิจารณาวงเงินตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือ GSB Contact Center โทร. 1115

