
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านการเงินครั้งสำคัญ หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์–รถจักรยานยนต์ เพื่อสกัดปัญหาการเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน
มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในสาระสำคัญตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 โดยครอบคลุมทั้งสถาบันการเงิน บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินทั่วประเทศ
สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ คือ การคุมเข้มการเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าบริการ เบี้ยปรับ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และไม่ซ้ำซ้อน รวมถึงห้ามเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างครบถ้วน ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนรับรู้ภาระทางการเงินก่อนตัดสินใจทำสัญญา
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการดูแลเรื่องการคำนวณค่าบริการและเบี้ยปรับให้เป็นธรรม กรณีลูกค้ายกเลิกบริการก่อนครบกำหนด ผู้ประกอบการต้องคืนค่าบริการตามสัดส่วนที่เหลือ รวมถึงกำหนดแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาชำระหนี้ และวางมาตรฐานการโฆษณาหรือการให้ข้อมูลที่ต้องไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด
น.ส.ลลิดา ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ควบคู่กับการสร้างระบบสินเชื่อที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยมาตรการใหม่นี้จะช่วยเพิ่มการคุ้มครองผู้บริโภค ลดปัญหาการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่ชัดเจน และยกระดับมาตรฐานธุรกิจเช่าซื้อ–ลีสซิ่งทั่วประเทศให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
