
ททท. ขานรับนโยบาย “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” บูรณาการ 3 กระทรวงต่อยอดความสำเร็จเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026 ดันไทยสู่ World Event Hub
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าขานรับนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งบูรณาการความร่วมมือ 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ภายหลังประเทศไทยเสร็จสิ้นภารกิจการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ระหว่างวันที่ 12 ถึง 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ททท. ได้เร่งต่อยอดโอกาสดังกล่าวด้วยการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศในฐานะ World Event Hub Destination พร้อมส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมประชุมขยายเวลาพำนักและท่องเที่ยวต่อ ทั้งในกรุงเทพมหานครและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ พัทยา หัวหิน และนครราชสีมา ผ่านการนำเสนอ 7 เส้นทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และ 20 โปรแกรมท่องเที่ยวผ่านสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น
ททท. ชูจุดแข็งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพักผ่อน (Wellness Tourism) ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury ควบคู่ไปกับเสน่ห์ความเป็นไทย (Thainess) และเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว (Visitor Economy) โดยนำศิลปวัฒนธรรม ผ้าไทย อาหารไทย และอาหารท้องถิ่น มาเป็นเครื่องมือรังสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงศิลปะการแสดงไทยอันทรงคุณค่า เช่น โนรา หนังใหญ่ หุ่นละครเล็ก และโขน พร้อมด้วยประติมากรรม “เต่าตนุ” ผลงาน TAT X WISHULADA จากวัสดุเหลือใช้ รวมถึงการจัดงาน Amazing Thailand Global Thai Silk Exhibition & The Amazing Thailand Grand Fashion Show โดยมีดีไซเนอร์จากกว่า 100 ประเทศมาร่วมออกแบบผ้าไหมไทย เพื่อเผยแพร่ทุนทางวัฒนธรรมสู่เวทีสากลอย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับการขับเคลื่อนตลาดในระยะต่อไป ททท. ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกเจาะกลุ่ม 5 ตลาดศักยภาพ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม เน้นกลุ่มครอบครัวและชอปปิง ประเทศมาเลเซีย เน้นอาหาร การชอปปิง และขยายเส้นทางสู่เมืองรอง ประเทศอินโดนีเซีย ชูจุดเด่นด้าน Wellness และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม ประเทศสิงคโปร์ เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูงและการท่องเที่ยวคุณภาพ ส่วนไต้หวัน เน้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารควบคู่กับแคมเปญ Go Thai Be Free เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว LGBTQ+ อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ททท. ได้ตั้งเป้าหมายสำหรับปีงบประมาณ 2570 ให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 โดยอาศัยแรงส่งจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป
