แม่บ้านนราธิวาสรวมกลุ่มปั้น ‘กลุ่มกกสามเหลี่ยมละหารแลนด์’ พลิกชีวิตสตรีชายแดนใต้

เปิดเรื่องราวสตรีบ้านบาโงมาแย นราธิวาส รวมตัวตั้ง “กลุ่มกกสามเหลี่ยมละหารแลนด์” พลิกต้นกกข้างทางเป็นงานฝีมือ OTOP สร้างรายได้งามให้ชุมชน

จากต้นกกที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงวัชพืชริมบึง วันนี้กลับถูกพลิกโฉมให้กลายเป็นวัสดุธรรมชาติชั้นดีในการสร้างงานฝีมือและรายได้ให้กับชุมชนบ้านบาโงมาแย หมู่ที่ 3 ตำบลสากอ อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ผ่านการรวมกลุ่มพลังสตรีในชุมชนภายใต้ชื่อ “กลุ่มกกสามเหลี่ยมละหารแลนด์” ซึ่งร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์จากต้นกกจนกลายเป็นสินค้า OTOP ที่สร้างชื่อเสียงให้กับพื้นที่

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จนี้ เกิดจาก นางแลคอ ยูนุ ซึ่งเริ่มต้นฝึกฝนงานสานตั้งแต่อายุ 28 ปี หรือราว 40 ปีก่อน เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพจากโรคหอบหืดและไม่สามารถทำงานหนักได้ จึงใช้ทักษะงานฝีมือเป็นอาชีพเสริมเพื่อดูแลครอบครัว ต่อมา นางสาวภัสมีรา กาวะอิง ซึ่งเป็นลูกสะไภ้ ได้เข้ามาช่วยสนับสนุน พร้อมชักชวนสมาชิกในชุมชนร่วมกันพัฒนางานสานให้มีรูปแบบและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ตลาด

ในช่วงแรก ทางกลุ่มได้ทดลองใช้ต้นเตยหนามเป็นวัตถุดิบหลัก แต่เนื่องจากต้นเตยหนามในชุมชนมีจำนวนลดลง จึงหันมาศึกษาและทดลองใช้ “ต้นกก” ที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากในบึงใกล้หมู่บ้าน สมาชิกทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันเรียนรู้ตั้งแต่วิธีการเก็บเกี่ยว การเตรียมเส้นกก ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ จนปัจจุบันมีสินค้าหลากหลายรูปแบบ อาทิ กระเป๋าลายรวงข้าว กล่องใส่กระดาษทิชชู่ กระถางใส่ดอกไม้ และปลอกแก้วเก็บอุณหภูมิ โดยเริ่มจากการทำกระเป๋าถือ ก่อนต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ตามความสนใจและความถนัดของการลงมือทำจริงและการรับฟังเสียงสะท้อนจากลูกค้า ส่งผลให้ในปี พ.ศ. 2567 ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับจังหวัดนราธิวาส ในโครงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชน ในฐานะตัวแทนจากอำเภอสุไหงปาดี

อย่างไรก็ตาม การผลิตยังคงต้องพึ่งพาสปาสภาพอากาศและฤดูกาล ชาวบ้านจะเก็บเกี่ยวต้นกกได้ดีที่สุดในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูร้อนและระดับน้ำในบึงลดลง จากนั้นนำมาแบ่งเป็นเส้น ผ่านน้ำร้อน และผึ่งแดดให้แห้งสนิทราวหนึ่งสัปดาห์เพื่อลดความชื้นและป้องกันเชื้อรา ส่วนกระบวนการสานนิยมทำในช่วงเช้าเพราะหากแดดจัดเกินไป ใบกกจะแห้งกรอบและสานยาก โดยกระเป๋าหนึ่งใบใช้เวลาทำประมาณสองสัปดาห์ ขณะที่ชิ้นงานขนาดเล็กใช้เวลาราว 2–4 วัน

ด้วยข้อจำกัดด้านฤดูกาลและการผลิต ทางกลุ่มจึงต้องการการสนับสนุนเครื่องอบแห้งและอุปกรณ์เครื่องจักรที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ล่าสุดทางสำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงปาดี และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอสุไหงปาดี ได้เข้ามาส่งเสริมอย่างใกล้ชิด โดยในปี พ.ศ. 2569 ได้ผลักดันให้กลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับสู่การผลิตสินค้ามาตรฐาน OTOP

นางสาวกัญญศร ภัศวิชกุล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เปิดเผยว่า หน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมมือกันสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของกลุ่ม เพื่อสร้างรายได้ให้สมาชิกและผลักดันให้เป็นต้นแบบในการนำวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า นอกจากจะช่วยสร้างอาชีพเสริมให้แก่ผู้ที่ว่างเว้นจากการกรีดยางแล้ว ยังช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังชุมชนใกล้เคียง สอดคล้องกับ ว่าที่ร้อยตรีหญิงศศิเกตุ แว่นประดิษฐ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนครั้งนี้

การนำต้นกกมาแปรรูปนอกจากจะช่วยลดปริมาณวัสดุเหลือใช้ที่มักถูกเผาจนก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้สู่มือกลุ่มสตรีในหมู่บ้าน และมีศักยภาพในการต่อยอดเป็นอาชีพหลักสำหรับผู้ที่หลงใหลในงานฝีมือ สำหรับผู้ที่สนใจอุดหนุนผลิตภัณฑ์สามารถติดต่อได้ที่เพจ Facebook: กกสามเหลี่ยมละหารแลนด์ หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่เบอร์ 082-268-2072

ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บินมะนุ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส