
พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และประธานกรรมการจัดงาน “โครงการหลวง 57” เป็นประธานเปิดตัวผลิตผลและผลิตภัณฑ์ใหม่ของมูลนิธิโครงการหลวง ภายในงาน “โครงการหลวง 57” ภายใต้แนวคิด “The Blooming Legacy of Royal Flora : พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” ณ บริเวณเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเ
ทพมหานคร โดยมีอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่มูลนิธิโครงการหลวงร่วมแนะนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่แก่ประชาชน

พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า มูลนิธิโครงการหลวงได้ดำเนินงานสืบสานแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อย่างต่อเนื่อง โดยยึด “งานวิจัย” เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมนำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

ความสำเร็จของโครงการหลวงตลอดหลายทศวรรษ ไม่เพียงช่วยสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรบนพื้นที่สูง แต่ยังสามารถยกระดับผลผลิตทางการเกษตรให้กลายเป็นสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ส่งตรงจากยอดดอยสู่ผู้บริโภคในเมืองอย่างยั่งยืน

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟรูปแบบใหม่ ซึ่งเกิดจากการต่อยอดงานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยยังคงเอกลักษณ์ของแหล่งปลูกบนพื้นที่สูง พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ประกอบด้วย ชุดชาคู่ผู่เออร์สุก–ผู่เออร์ดิบ ชาออร์แกนิกฤดูใบไม้ผลิ ชาอัดแผ่น และชุดชาภูฏาน ซึ่งถ่ายทอดมิตรภาพไทย–ภูฏาน ผ่านการผสมผสานชาขาวไวน์พีโอนีและชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง สะท้อนเอกลักษณ์รสชาติไทยและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านศิลปะแห่งการดื่มชา

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจ คือ Tea Book ชาเขียวกลิ่นกุหลาบ ซึ่งจัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ภายในบรรจุชาเขียวคุณภาพจากมูลนิธิโครงการหลวงผสานกลิ่นหอมของกุหลาบ พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบหนังสือ สื่อถึงองค์ความรู้ ความงดงาม และการต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์กาแฟอาราบิกาหลากหลายรูปแบบ ทั้งกาแฟแคปซูล กาแฟคั่ว และกาแฟดริป จากแหล่งปลูกชื่อดังบนพื้นที่สูง ได้แก่ อินทนนท์ อ่างขาง แม่ปูนหลวง ดอยสามหมื่น และเลอตอ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละแหล่งผลิต พร้อมเปิดตัวเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง คอมบูชะ และ Rose Sparkling Soda ที่ผลิตจากกุหลาบอินทรีย์บนพื้นที่สูง เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ

ด้านนวัตกรรมการเกษตร มีการนำเสนอผลผลิตสายพันธุ์ใหม่ อาทิ มะเขือเทศช็อกโกแลต เสาวรสสายพันธุ์ MJ-01 เมล่อน 101 และแตงเปรี้ยว รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธัญพืช เช่น เครื่องดื่มคีนัว ข้าวเหนียวจานูเนเน ข้าวเจ้าจาคูเนเน และข้าวพาร์บอยล์สูตรข้าวดอยเหลือง ซึ่งพัฒนาจากพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของชนเผ่าบนพื้นที่สูง ผ่านกระบวนการนึ่งและอบแห้ง จนได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนคุณค่าของพันธุกรรมพืชและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสารสกัด “เอเดลไวส์” พรรณพืชพระราชทานที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการบำรุงผิว รวมถึงไม้ดอก ไม้ประดับ ดอกไม้กินได้ที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และเฟินหายาก “เฟินรัศมีโชติ” ซึ่งล้วนเป็นผลสำเร็จจากการวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างรายได้ให้เกษตรกร และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริ

พล.อ.กัมปนาท ยังได้เชิญชวนประชาชนร่วมเยี่ยมชมงาน “โครงการหลวง 57” พร้อมเลือกซื้อผลิตผลและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการส่วนพระองค์ต่าง ๆ มากกว่า 3,000 รายการ ซึ่งล้วนเป็นผลลัพธ์จากการสืบสานและต่อยอดงานวิจัยตามแนวพระราชดำริ โดยจัดแสดงและจำหน่ายภายใน Royal Project Marche โซน Eden 1–3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569



