
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ราคาไข่ไก่ในหลายพื้นที่เริ่มขยับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับราคาหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ ส่งผลให้ราคาไข่ไก่เฉลี่ยปรับขึ้นแผงละประมาณ 6 บาท
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาที่ตลาดสดในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยเฉพาะตลาดบางลำภู พบว่าพ่อค้าแม่ค้าทยอยปรับราคาขายปลีกแล้ว โดยราคาไข่ไก่ขยับขึ้นเฉลี่ยแผงละ 5-6 บาท ท่ามกลางความกังวลของทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค
นายเจษฎา จำปานุ้ย อายุ 43 ปี เจ้าของร้านขายไข่สด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20-30 ปีที่ประกอบอาชีพค้าขายไข่ไก่ นี่เป็นครั้งแรกที่พบว่าราคาไข่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปิดเทอม ซึ่งโดยปกติแล้วความต้องการบริโภคจะลดลงและราคามักปรับตัวลง แต่ปีนี้กลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง

“ปีนี้ผิดปกติจริง ๆ ปกติปิดเทอมไข่จะถูกลง แต่กลับขึ้นถึงแผงละ 6 บาท และยังมีแนวโน้มจะขึ้นต่อ เพราะทางฟาร์มแจ้งล่วงหน้าแล้ว” นายเจษฎากล่าว
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้น มาจากหลายด้าน ทั้งต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อค่าขนส่ง รวมถึงสภาพอากาศร้อนจัดที่ทำให้แม่ไก่ออกไข่ลดลง นอกจากนี้ยังมีรายงานการเกิดโรคระบาดในพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้บางฟาร์มต้องปลดแม่ไก่ ทำให้ปริมาณไข่ในระบบลดลง

ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันยังซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง โดยรถขนส่งไข่ต้องเสียเวลาต่อคิวเติมน้ำมัน ส่งผลให้การกระจายสินค้าไม่ทันต่อความต้องการของตลาด
นายเจษฎากล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้แม้แต่ผู้ค้าก็ยังประสบปัญหาในการหาน้ำมันมาใช้ในการเดินทาง หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย อาจกระทบต่อการค้าขายอย่างหนัก

“ถ้าไม่มีน้ำมัน รถก็วิ่งไม่ได้ อาจต้องเดินมาขายของ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง เพราะเวลาไม่พอ ลูกค้าก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย”
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ค้าหลายรายกังวลว่า หากต้นทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านพลังงานและการผลิต อาจส่งผลให้ราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นอีกในระยะถัดไป และกลายเป็นอีกหนึ่งภาระของประชาชนในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว

